การปลูกมะพร้าวน้ำหอม สูตรบ้านแพ้ว ปลูกง่าย ขายได้ราคาดี

การปลูกมะพร้าวน้ำหอม สูตรบ้านแพ้ว ปลูกง่าย ขายได้ราคาดี เก็บขายได้ทุก 20 วัน 200 – 300 ลูก/ไร่/เดือน ราคา 14-28 บาท ต่อลูก
ตลาดสำหรับ การปลูกมะพร้าวน้ำหอม ขาย
ดังเช่น คุณมนัส สุริวงษ์ และ คุณเกศรินทร์ สุริวงษ์ หรือ คุณเกมส์ ( ลูกสาว ) ผู้สานต่อ สวนมะพร้าวน้ำหอม ของครอบครัวได้เผยว่า การปลูกมะพร้าวน้ำหอม ในพื้นที่ อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร นั้นไม่ได้ยากอย่างที่คิด เนื่องจาก มะพร้าว เป็นพืชที่ปลูกค่อนข้างง่ายกว่าพืชอื่น ๆ ที่มีการดูแลไม่ซับซ้อน สามารถให้ผลผลิตได้ทุกเดือนหลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้วเมื่อมีอายุตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป
เดิมคุณมนัสเผยว่าได้ยึดอาชีพการทำสวนฝรั่ง สวนมะนาว และ ปลูกมะเขือยาว ฯลฯ แต่เนื่องจากการดูแลพืชเหล่านี้ค่อนข้างยุ่งยากซับซ้อนจึงตัดสินใจเปลี่ยนมาทำสวนมะพร้าวน้ำหอม ระบบร่องเดี่ยว รวมพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 40 กว่าไร่ โดยมีคุณเกมส์เป็นผู้ดูแลสวนมะพร้าวแห่งนี้

ด้วยความที่ “ มะพร้าวน้ำหอม ” เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ ส่งผลให้คุณเกมส์มีรายได้ที่ดีใน การปลูกมะพร้าวน้ำหอม ขายหรือมีราคาสูงสุดถึง 28 บาทต่อลูก
ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งทางสวนจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดราว 200 – 300 ลูกต่อไร่ต่อเดือน นอกจากนี้ราคา “ ต้นกล้ามะพร้าวน้ำหอม ” ยังมีราคาสูงขึ้นไปอยู่ที่ 120 บาทต่อต้น ราคาสูงขึ้นจากปีก่อนมากที่มีราคาอยู่ที่ประมาณ 45–50 บาทต่อต้นเท่านั้น
แต่เรื่องนี้ไม่เป็นปัญหาสำหรับคุณเกมส์เพราะทางสวนได้ เพาะกล้ามะพร้าว ขึ้นเองเพื่อนำไปขยายการปลูกภายในพื้นที่ โดยลูกมะพร้าวที่จะนำมาผลิตเป็นต้นกล้านั้นจะต้องเป็นต้นที่ปล่อยสูง เมื่อเพาะแล้วต้องได้เป็นกล้าที่โตช้า เนื่องจากต้นที่โตเร็วจะเป็นต้นกลายหรือจะโตเร็วแต่ให้ลูกน้อย น้ำน้อย เนื้อหนา ทำให้ผลผลิตไม่ได้คุณภาพตามที่ตลาดต้องการ

หลังจากคุณเกมส์ทำ การเพาะต้นกล้ามะพร้าวน้ำหอม แล้วจะรอให้ต้นกล้าเริ่มแทงหน่อ งอกขึ้นมาจนกระทั่งมีความสูงประมาณ 1 เมตรหรือมีอายุประมาณ 4 เดือนก็จะสามารถนำไปปลูกได้ ซึ่งหลังจากปลูกลงดินแล้วจะใช้เวลาอีกประมาณ 3 ปีกว่าหรือไม่เกิน 4 ปีจึงก็จะเริ่มตกทะลายให้ผลผลิตได้เป็นครั้งแรกและจะเริ่มเก็บผลผลิตได้อย่างต่อเนื่องเพื่อส่งขายได้ทั้งภายในและนอกพื้นที่
การดูแลรักษาต้นมะพร้าวน้ำหอมนั้น
โดยเฉพาะขั้นตอน การดูแลรักษาต้นมะพร้าวน้ำหอมนั้น ไม่ยากเพราะปัจจัยสำคัญของการบำรุง ต้นมะพร้าว คือ น้ำ โดยธรรมชาติของ ต้นมะพร้าว จะสามารถหยั่งรากลงไปได้ไกลสามารถหาแหล่งน้ำได้ลึกและไกลจากต้น ประกอบกับสวนมะพร้าวที่นี่เป็นระบบร่องเดี่ยว จึงเป็นจุดแข็งที่ทำให้ต้นมะพร้าวได้น้ำที่ดี มีน้ำกักเก็บไว้ให้ต้นมะพร้าวเพื่อการเจริญเติบโตได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงหน้าฝนจะให้ผลผลิตที่ดี ส่วนในช่วงหน้าแล้งมะพร้าวก็สามารถหยั่งรากหาน้ำเองได้ ผลผลิตจึงมีคุณภาพดี เก็บเกี่ยวได้ตลอดทั้งปี

ด้านการบำรุงต้นมะพร้าวจะดูแลด้วยธาตุอาหารหรือใช้ปุ๋ยสูตร 16-16-16 หรือสูตร 15-15-15 โดย เริ่มใส่ตั้งแต่ต้นมะพร้าวมีอายุครบ 3 ปีในอัตราส่วนประมาณ 50 กรัม / ต้น / ครั้ง ใส่ทุกๆ 2 – 3 เดือน ซึ่งการดูแลมะพร้าวแบบนี้จะแตกต่างจากการทำมะพร้าวน้ำตาลที่จะใส่ปุ๋ยสูตร 21-0-0 ในช่วงสร้างน้ำตาลก่อนเก็บผลผลิต
การป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูพืช
ส่วนปัญหาที่สร้างความหนักอกหนักใจให้กับเกษตรกรชาวสวนมะพร้าวนั่นก็คือ “ แมลงศัตรูพืช ” ได้แก่ หนอนชอนใบ ด้วง ซึ่งสามารถแก้ไขได้ด้วยการฉีดพ่นสารเคมีป้องกันและกำจัดแมลงอย่าง “ ซีเอ็มจี ” และ “ โมเดิน 50 ” ของ บริษัท ลัดดา จำกัด ที่จะช่วยกำจัดแมลงศัตรูพืชต่าง ๆ หลังจากที่ได้รับสารเคมีจนหมดปัญหาไป
โดยการใช้สารเคมีจะใช้ก็ต่อเมื่อสังเกตเห็นใบมะพร้าวเป็นรอยถูกหนอนแทะ ซึ่งการใช้สารเคมีเพื่อป้องกันไว้ล่วงหน้าจะสามารถดูได้กว่า คือ หนอนชอนใบมักจะหนีจากสวนที่ฉีดพ่นยาฆ่าแมลงไปยังสวนข้างเคียง ดังนั้นเมื่อเห็นว่าสวนเพื่อนบ้านเริ่มฉีดสารเคมี คุณเกมส์ก็จะเริ่มฉีดพ่นสารเคมีด้วยเช่นกัน
แต่ที่สร้างปัญหาให้เกษตรกรหนักกว่าหนอนชอนใบคือ “ ด้วง ” โดยด้วงนั้นจะเข้ากินยอดต้นมะพร้าว ซึ่งเปรียบเสมือนหัวใจของต้นมะพร้าว ส่งผลให้ต้นมะพร้าวตายลงในทันที จึงนับว่าด้วงเป็นศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดของสวนมะพร้าวก็ว่าได้ ซึ่งการกำจัดแมลงคุณเกมส์จะใช้ “ อะบาเมกติน ” “ โอเมโทเอด ” และ “ แลนเนต ” ผสมกันและฉีดพ่นเพื่อใช้กำจัดแมลงต่างๆ
ซึ่งคุณเกมส์มั่นใจในคุณภาพของสารเคมีหนึ่งในนั้นคือสินค้าคุณภาพจาก บริษัท ลัดดา จำกัด ที่ได้ซื้อมาจากร้านค้าปัจจัยการผลิตใกล้บ้านอย่าง “ ร้านนำสินเคมีการเกษตร ” ที่คอยให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้สารเคมีในการป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูพืชไม่ให้เข้าทำลายต้นมะพร้าวจนเกิดความเสียได้
ด้วยการใช้ในอัตราส่วนประมาณอย่างละ 2 0 – 3 0 ซีซีและน้ำ 2 0 0 – 3 0 0 ลิตร ผสมสารเคมีทั้งหมดให้เข้ากันก่อนจะฉีดพ่นที่ต้นมะพร้าวด้วยเรือ ผลที่ได้จะเห็นว่าสารเคมีจะทำให้ด้วงหรือศัตรูมะพร้าวจะตายในทันที ซึ่งเป็นจุดเด่นของสาร “ อะบาเมกติน ” “ โอเมโทเอด ” และ “ แลนเนต ”
ราคาและผลผลิต มะพร้าวน้ำหอม
โดยสวนมะพร้าวน้ำหอมคุณเกมส์ จะมีพ่อค้าวิ่งเข้ามารับซื้อผลผลิตถึงในสวน ซึ่งพ่อค้า จะมีทีมงานเข้ามาตัดเก็บ มะพร้าว เองทั้งหมดและมักจะเลือก ลูกมะพร้าว ที่มีอายุประมาณ 25 วัน เนื่องจาก เวลาที่เพิ่มขึ้นเพียง 5 วัน สามารถเพิ่มคุณภาพของลูกมะพร้าวได้อีก ทั้งปีนี้ มะพร้าวน้ำหอม ที่ขายให้กับพ่อค้า ที่มารับซื้อถึงหน้าสวนนั้น มีราคาสูงถึง 28 บาทต่อลูก ซึ่งมากกว่าปีก่อน ที่มีราคาสูงสุดไม่เกิน 22 บาท ส่วนราคาต่ำสุดในปีนี้ ก็ยังไม่ต่ำไปกว่า 14 บาท ต่อลูก โดยราคาผลผลิต จะขึ้นอยู่กับปริมาณผลผลิตที่มี และความต้องการของตลาด แต่ถ้าผลผลิตขาดแคลน ตลาดก็ต้องการมากขึ้น และขายได้ในราคาที่แพงขึ้น ซึ่งทุกอย่างก็ย่อมเป็นไปตามกลไกตลาด ที่เกิดขึ้นในแต่ละปี แต่ละช่วงของปีด้วยเช่นเดียวกัน

ดังนั้นคุณเกมส์ จึงให้ข้อดีของ การปลูกมะพร้าวน้ำหอม สูตรบ้านแพ้ว ปลูกง่าย ขายได้ราคาดี กับทีมงานนิตยสารเมืองไม้ผลและพืชสุขภาพ ว่าการทำเกษตรกรรมต่อจากครอบครัวนั้น ทำให้ชีวิตดีขึ้น สามารถกอบโกยรายได้ ที่มากขึ้น ขณะที่รายได้ของการปลูกมะพร้าวน้ำหอม ขายในวันนี้ อยู่ที่ 700,000 บาท / ปี และ มีต้นทุนการทำสวนมะพร้าวน้ำหอมที่ประมาณ 100,000 บาท / ปี จึงเป็นการทำเกษตรที่คุ้มค่าแก่การลงทุน เป็นอาชีพที่มั่นคงได้ด้วยการจัดการการผลิต ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดเป็นหลักจริงๆ จึงจะประสบความสำเร็จ ในการทำเกษตรอย่างแท้จริง
ที่มา https://www.palangkaset.com
การปลูกมะพร้าวน้ำหอม สูตรบ้านแพ้ว ปลูกง่าย ขายได้ราคาดี
กล้วยหอมทอง… ปลูกให้รวยสมชื่อ

กล้วยหอมทองเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของเกษตรกรหลายพื้นที่ มีการปลูกกันอย่างแพร่หลายและมีการจำหน่ายให้กับต่างประเทศโดยส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่น ซึ่งกล้วยหอมทองของที่นี่จะเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมากเนื่องจากมีรสชาติดี และมีผลที่สวยงาม ซึ่งการปลูกกล้วยหอมทองมีวิธีการปลูกและดูแลรักษาดังนี้
การคัดเลือกหน่อพันธุ์ปลูก :
เป็นสิ่งสำคัญต่อผลผลิตที่จะได้รับในอนาคตหน่อพันธุ์ที่อ่อนหรือแก่จนเกินไปจะทำให้กล้วยตกเครือไม่พร้อมกัน การเลือกหน่อพันธุ์ปลูก ควรเป็นหน่อใบแคบหรือหน่อดาบเป็นหน่ออ่อนที่มีใบอยู่ประมาณ 3-4 ใบ สังเกตุได้จากใบที่เรียวเล็ก หน่อลักษณะเช่น นี้มักจะเกิดอยู่กับโคนต้นเดิมและมีขนาดอวบสมบูรณ์เหมาะสำหรับที่จะเลือกไปเป็นหน่อพันธุ์ปลูกอย่างยิ่ง
วิธีการแยกหน่อกล้วย
ขุดหน่อกล้วยโดยใช้ชะแลงเหล็ก ตัดหน่อให้แยกออกจากกอเดิมก่อนแล้วใช้จอบขุดให้รอบเพื่อให้รากขาด จากนั้นให้ใช้ชะแลงงัดหน่อกล้วยขึ้นมาวิธีนี้จะทำให้หน่อกล้วยที่ได้ไม่ช้ำและหลุดออกง่ายเมื่อขุดหน่อได้แล้วให้ใช้มีดคมๆ ปาดรากกล้วยที่ยาวออกให้เหลือรากติดเหง้ากล้วยประมาณ 1 นิ้วเป็นพอ
วิธีการปลูกกล้วยหอมทอง
ระยะปลูก
ใช้ระยะปลูก 3 x 3 เมตร จะปลูกกล้วยได้ 177 ต้นในพื้นที่ 1 ไร่
การเตรียมดินปลูก :
ดินที่จะปลูกกล้วยหอมทองจะร่วนซุย ควรไถด้วยผานเจ็ด 2 ครั้งหรือจะใช้รถไถเดินตามไถครั้งแรก แล้วตากหน้าดินไว้ 7-10 วัน เพื่อกำจัดวัชพืชและศัตรูพืชที่ตกค้างอยู่ในดิน หากมีวัชพืชงอกขึ้นมาหลังจากนั้นให้ไถกลบอีกครั้งเพื่อเป็นการกำจัดวัชพืช ให้ลดน้อยลง ดินตรงไหนที่เป็นแอ่งควรปรับดินให้มีความลาดเทเพื่อป้องกันมิให้น้ำท่วมขังในช่วงหน้าฝน
ฤดูกาลปลูกที่เหมาะสม
ปกติกล้วยหอมทองจะปลูกได้ตลอดปี ถ้ามีน้ำ แต่ส่วนใหญ่จะนิยมปลูกกันมากในช่วงต้นเดือนกันยายนถึงเดือนพฤศจิกายน
วิธีปลูกกล้วยหอมทอง
– หลังจากวัดระยะปลูกและปักหลักเรียบร้อยแล้ว
– ขุดหลุมลึกประมาณ 50 ซม. หรือ1 ศอก กว้างประมาณ 1 ศอก
– นำหน่อกล้วยที่ตัดรากออกลงหลุม แล้วกลบดินเหยียบดินให้แน่น เมื่อกลบดินได้ครึ่งหลุม เพื่อไม่ให้ต้นกล้วยโยกคลอนหลังจากนั้นกลบดินให้เต็มหลุมแต่ไม่ต้องกดดิน
– นำเศษพืชมาคลุมโคนเพื่อรักษาความชื้น
การดูแลรักษากล้วยหอมทองให้ได้ผลผลิตดี
การตัดใบกล้วยหลังจากปลูก
ถ้าเป็นหน่อใบแคบหลังจากปลูกแล้วไม่จำเป็นต้องตัดใบทิ้งแต่ถ้าเป็นหน่อที่เคยปาดเฉียงมาก่อนควรจะมีการปาดเฉียงลำต้นใหม่เพื่อที่กล้วยจะได้แตกใบใหม่ที่แข็งแรงขึ้น
การกำจัดวัชพืชในแปลงกล้วย
ถ้ามีการตัดหญ้าและพรวนดินในแปลงกล้วยตลอดเวลาจะทำให้ได้กล้วยเครือใหญ่ และจำนวนหวีมากขึ้น
การให้ปุ๋ยกล้วยหอมทอง :
ควรให้ทั้งปุ๋ยคอกและปุ๋ยเคมีควบคู่กันไปทั้งสองอย่างปริมาณจะมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับลักษณะของดินสำหรับปุ๋ยเคมีสูตรที่เหมาะสมสำหรับกล้วยหอมทองคือ 21-0-0 จำนวน ใช้ในอัตรา 50 กก.ต่อไร่ หรือจะใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 หรือ 13-13-21 ในอัตรา 50 กก.ต่อไร่โดยแบ่งใส่ 2 ครั้ง
การให้น้ำกล้วยหอมทอง
การให้น้ำกล้วยหอมทองจะให้แค่พอชุ่ม ในช่วงที่ปลูกใหม่ ๆและขณะที่กล้วยหอมตั้งตัวและกำลังติดปลี ติดผลดีแล้วไม่จำเป็นต้องให้น้ำเป็นประจำทุกวันเหมือนพืชอื่น
การตัดแต่งหน่อและใบกล้วยหอมทอง
1. การแต่งหน่อกล้วยหากปลูกกล้วยต้นเดือนกันยายนถึงเดือนพฤศจิกายนประมาณเดือนมิถุนายนกล้วยจะแตกหน่อตามขึ้นมาประมาณ 4-7 หน่อต่อกอเมื่อหน่อตามมีใบคลี่แล้ว ควรทำการปาดยอดทิ้ง โดยปาดในแนวเฉียงขึ้นกะความยาวของหน่อที่จะเหลือไว้หลังจากปาดให้สูงจากพื้นดินขึ้นมาประมาณ 20 นิ้วจากนั้นทำการปาดหน่อให้เฉียงกลับด้าน(ทิศตรงข้ามกับการปาดครั้งแรก) ทุกๆ 15 วันจะทำให้โคนหน่อกล้วยขยายใหญ่ขึ้นเหมาะที่จะนำไปปลูก
2. การตัดแต่งใบกล้วยขณะที่มีการแต่งหน่อ ควรทำการตัดแต่งใบกล้วยควบคู่ไปด้วยและควรตัดแต่งใบกล้วยไปจนกว่ากล้วยจะตกเครือ การตัดให้เหลือใบกล้วยไว้กับต้น 10-20 ใบต่อต้น ตัดด้วยมีดขอให้ชิดต้นกล้วยอย่าให้เหลือก้านกล้วยยื่นยาวออกมาเพราะส่วนที่เหลือยื่นยาวไว้นั้นจะเหี่ยวแล้วรัดลำต้นทำให้ลำต้นส่วนกลางขยายได้ไม่มากเท่าที่ควร
ระยะเวลาในการให้ผลผลิตของกล้วยหอมทอง
ประมาณ 10 เดือนหลังปลูก
กล้วยจะเริ่มแทงปลีออกมา *การที่กล้วยจะออกปลีช้าหรือเร็วนั้นขึ้นอยู่กับลักษณะของหน่อกล้วยว่ามีความแข็งแรงสมบูรณ์ดีหรือไม่ รวมทั้งการดูแลรักษาเมื่อกล้วยแทงปลีจนสุด(กล้วยหวีตีนเต่าโผล่กล้วยตีนเต่าหมายถึงกล้วยหวีสุดท้ายที่มีลักษณะไม่สมบูรณ์) ให้ตัดปลีทิ้ง หรือจะตัดปลีหลังจากปลีโผล่มาประมาณ 10-12 วันถ้าไม่มีการตัดปลีกล้วยทิ้งผลกล้วยจะเจริญเติบโตไม่เต็มที่
หลังจากตัดปลีประมาณ 90-110 วัน
กล้วยจะแก่พอดี สามารถสังเกตได้จากกล้วย หวีสุดท้ายจะเริ่มกลมสีที่ผลจางลงกว่าเดิม(สีเขียวอ่อน)ถ้าปล่อยให้กล้วยแก่คาต้นมากเกินไปจะสบกับปํญหาเรื่องเปลือกกล้วยที่แตกทำให้ผลผลิตเสียหาย
การตัดหน่อกล้วยสำหรับเลี้ยงไว้ในปีต่อไป
หน่อกล้วยที่สมควรจะคัดไว้เป็นหน่อที่ให้ผลผลิตในปีต่อไปควรจะคัดหน่อกล้วยที่มีลักษณะ ดังนี้
1. ควรเป็นหน่อใต้ดิน ลำต้นอวบอยู่ห่างจากโคนต้นแม่ประมาณ 10 นิ้ว
2. ควรเหลือไว้ประมาณ 2 หน่อ ที่อยู่ตรงข้ามกัน
3. ถ้าใช้ระยะปลูก 3 x 3 เมตร ควรคัดหน่อกล้วยอีกครั้งหนึ่งจาก 2 หน่อ ให้เหลือเพียงหน่อเดียวหรือเหลือไว้ไม่เกิน 2 หน่อ ซึ่งจะทำให้แปลงกล้วยทึบลำต้นจะสูงชะลูดและหักล้มได้ง่าย
ที่มา http://www.ชี้ช่องรวย.com
กล้วยหอมทอง… ปลูกให้รวยสมชื่อ
แก้วมังกรในกระถาง พื้นที่น้อยก็ปลูกได้

แก้วมังกรเป็นพืชน่าปลูก คนนิยมรับประทาน และสามารถทำเงินได้อีกชนิดหนึ่ง สำหรับใครที่ต้องการปลูกไว้รับประทานเอง หรือจะเอาผลขายหารายได้เสริมก็ดี เพราะการปลูกแก้วมังกรเพียง 1 ค้างห็ให้ผลผลิตเป็นที่น่าพอใจที่เดียว
แก้วมังกร
เป็นพืชตระกูลตะบองเพชรจึงเป็นพืชที่ชอบอากาศร้อนและแดดจัด สำหรับการปลูกแก้วมังกรนั้นจึงต้องเตรียมพื้นที่ให้อยู่ในที่โล่งแจ้ง ไม่มีร่มเงา ของต้นไม้อื่นมาบังต้นแก้วมังกรจะสามารถเจริญเติบโตได้ดีและออกดอกออกผลได้อย่างน่าพอใจ แก้วมังกรสามารถปลูกได้ในทุกสภาพดิน เช่น ดินปนทราย ดินเหนียว ดินลูกรัง สำหรับดินเหนียวและดินลูกรังต้องมีการปรับหน้าดินด้วยการใช้ปุ๋ยคอกและแกลบดำ ในการปรับสภาพดิน อีกประการหนึ่งต้นแก้วมังกร เป็นต้นไม้ที่ชอบอาศัยอยู่ในดินโปร่ง ร่วนซุย ไม่แน่นจนเกินไป และสามารถระบายน้ำได้ดี สำหรับการปลูก มีอยู่ 2 วิธีด้วยกัน คือ การปลูกในกระถางและการปลูกในแปลงปลูกทั่วไป
ประโยชน์ของแก้วมังกร
- ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส ชุ่มชื้น
- เป็นผลไม้ที่ช่วยดับร้อน ดับกระหายได้เป็นอย่างดี
- ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้แข็งแรง
- แก้วมังกรลดน้ำหนักและช่วยควบคุมน้ำหนักได้ด้วย เนื่องจากเป็นผลไม้ตัวช่วยในเรื่องการลดความอ้วนเนื่องจากมีแคลอรี่ต่ำ
- ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ซึ่งมีส่วนช่วยในการชะลอวัยความแก่ชรา และริ้วรอยต่าง ๆ
- มีส่วนช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจ
- ช่วยป้องกันการอุดตันของหลอดเลือดหัวใจ
- มีส่วนในการช่วยรักษาโรคเบาหวาน
- ช่วยบรรเทาอาการโรคความดันโลหิตได้
- มีส่วนช่วยบรรเทาอาการของโรคโลหิตจาง
- มีส่วนช่วยลดอัตราการเกิดโรคมะเร็ง
- ช่วยกระตุ้นการขับน้ำนมในสตรี
- ช่วยดูดซับสารพิษต่าง ๆออกจากร่างกาย เช่น สารตกค้างอย่างตะกั่ว ที่มาจากควันท่อไอเสีย หรือสารตกค้างที่มาจากยาฆ่าแมลง
- ช่วยบำรุงกระดูกและฟันของคุณให้แข็งแรง
- มีกากใยสูงช่วยในการขับถ่ายให้สะดวก แก้อาการท้องผูก
- ช่วยปรับสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้ แก้ปัญหาการขับถ่ายต่าง ๆให้ดีขึ้น
- มีส่วนช่วยป้องกันโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก
- ช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบกำจัดของเสียในร่างกายให้ดียิ่งขึ้น
- ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
- นิยมนำมารับประทานเป็นผลไม้สด
- ใช้เป็นส่วนผสมในฟรุตสลัดและน้ำปั่นผลไม้
วัสดุ – อุปกรณ์
- ท่อน้ำทิ้งข้างในกลวง หน้า
กว้าง 4 นิ้ว ยาว1.3 เมตร (หรือเ สาไม้ก็ได้) - กระถางหน้ากว้าง 50 ซม.
- ค้างอาจทำจากไม้ หรื
อปูนเป็นรูป 4 เหลี่ยมจัตุรัส กว้าง x ยาว 30 ซม. - ขุยมะพร้าว
- ดิน
- เชือกฟาง
วิธีการปลูก
- ใส่ขุยมะพร้าวรองก้นกระถาง เ
พื่อให้น้ำถ่ายเทได้ดีในอัต ราส่วน 1 ใน 3 ของปริมาตรกระถาง จากนั้นนำดินสำเร็จรูปผสมกั บขุยมะพร้าวหรือแกลบดำ ใส่ลง ไปในกระถางจนถึงขอบกระถาง - นำต้นแก้วมังกรมาปลูกให้ช
ิดกับเสา แล้วใช้เชือกฟางมัด ต้นแก้วมังกรให้ติดกับเสา ไม่ต้องมัดให้แน่นม าก ควรผูกไว้จนกว่าต้นแก้วมั งกรจะเจริญเติบโตจนพ้นหัวเส า - จากนั้นนำดินมากลบด้านบนข
องกระถางเป็นอันเสร็จ ต้นแ ก้วมังกรเป็นสามเหลี่ยมแต่จ ะมีอยู่ด้านหนึ่งที่เป็นด้า นแบนดังนั้น เวลาผูกต้นแก้วม ังกรให้จับด้านแบนของต้นเข้ ากับหลักเพราะว่าด้านแบนเป็ นด้านที่จะออกราก
การดูแลแก้วมังกรในกระถาง
- การรดน้ำ ให้รดน้ำเพียง 1 คร
ั้ง ภายใน 2-3 วัน และไม่ควรรดมากเกินไป เพร าะอาจทำให้เป็นโรคโคนเน่าได ้ - การให้ปุ๋ยใส่ปุ๋ยทุก 15 วัน ใส่ครั้งละ 2-4 ช้อนโต๊ะ สูตรที่ใช้ 15-15-15 หรือ 16-16-16 หลังจากใส่ปุ๋ยแล้วต้องรดน้
ำติดต่อกันเป็นเวลา 3 วัน (วัน ละครั้งเช้าหรือเย็นก็ได้) ถ ้ามีปุ๋ยคอก เช่น มูลไก่ หรือม ูลวัวก็ใช้ได้ และให้ใส่เดือ นละ 1 ครั้ง เมื่อปลูกได้เป็นระยะเวลา 6 เดือน ให้ใส่ปุ๋ยสูตร 8-24-24 ผสมกับ 15-15-15 ในอัตราส่วนครึ่งต่อครึ่ง
ผลผลิต
เมื่อแก้วมังกรอายุได้ 8 เดือ น – 1 ปี ก็จะเริ่มให้ผลผลิตประมาณ 30 ผลต่อหนึ่งค้าง ปีที่ 2 ประมาณ 50 ผลต่อหนึ่งค้าง ปีที่ 3 ประมาณ 100-200 ผลต่อหนึ่งค้าง ปีที่ 4-15 ประมาณ 300 ผลต่อหนึ่งค้างขึ้นไป ขนาดของผลโดยเฉลี่ยประมาณ 3-4 ผลต่อหนึ่งกิโลกรัม
ที่มา http://www.ชี้ช่องรวย.com
แก้วมังกรในกระถาง พื้นที่น้อยก็ปลูกได้
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


