ลอดช่องสิงค์โปร์ทำขายเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้
อากาศที่ร้อนอบอ้าวมากขึ้นทุกวัน นอกจากทำให้การใช้ชีวิตของคนเราเปลี่ยนแปลงไปแล้วอาหารหรือของหวานสูตรแบบดั้งเดิมที่ทำขายเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้หรือทำเป็นอาชีพหลัก อย่างเช่น ขนมรวมมิตรหรือลอดช่องสิงคโปร์หาทานยากมาก
เนื่องจากลอดช่องสิงคโปร์มีส่วนประกอบหลักๆก็คือน้ำกะทิ ซึ่งเป็นหัวใจหรือส่วนประกอบสำคัญที่จะทำให้ขนมมีรสหวานมันอร่อย แต่เป็นส่วนที่ทำให้ขนมบูดได้ง่าย ยิ่งช่วงที่อากาศร้อนๆก็จะเป็นปัญหาอย่างมากจนทำให้แม่ค้าพ่อค้าขนมหวานเลิกทำขนมรวมมิตรหรือลอดช่องสิงคโปร์ขาย ทั้งๆที่เป็นขนมหวานซึ่งเหมาะสำหรับทำขายในช่วงหน้าร้อน ทานแล้วทำให้รู้สึกสดชื่นและช่วยคลายความร้อนได้
สูตรวิธีทำลอดช่องของหวานสูตรแบบดั้งเดิม
สำหรับคนที่คิดว่าวิกฤติมันคือโอกาสและสนใจทำรวมมิตรลอดช่องสิงคโปร์ขายเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้ ผู้เขียนมีวิธีทำตัวลอดช่องให้เหนียวอร่อยพร้อมเคล็ดลับการทำรวมมิตรลอดช่องสิงคโปร์ไม่ให้บูดง่ายมาแนะนำค่ะ วิธีทำรวมมิตรลอดช่องสิงคโปร์
ส่วนประกอบ
1. แป้งมันสำปะหลัง 1 ถุง (ถุงเล็ก)
2. น้ำต้มเดือด (ใส่ภาชนะตั้งไฟให้เดือดหรือใช้น้ำร้อนในกระติกน้ำร้อนไฟฟ้าก็ได้เช่นกัน)
3. น้ำตาลทราย 500 กก.
4. น้ำกะทิ 600 กรัม
5. นมสด 1 กระป๋อง
6. เกลือป่น 2 ช้อนชา
7. ขนุนสุก 300 กรัม
8. สีดอกอัญชัน 2 ช้อนโต๊ะ
9. สีของใบเตย 2 ช้อนโต๊ะ
10. ใบเตย 3-5 ใบ
11. น้ำเปล่าสำหรับทำน้ำเชื่อม 500 กรัม
12. น้ำแข็งบด
3. น้ำตาลทราย 500 กก.
4. น้ำกะทิ 600 กรัม
5. นมสด 1 กระป๋อง
6. เกลือป่น 2 ช้อนชา
7. ขนุนสุก 300 กรัม
8. สีดอกอัญชัน 2 ช้อนโต๊ะ
9. สีของใบเตย 2 ช้อนโต๊ะ
10. ใบเตย 3-5 ใบ
11. น้ำเปล่าสำหรับทำน้ำเชื่อม 500 กรัม
12. น้ำแข็งบด
วิธีทำตัวลอดช่อง
1.แบ่งแป้งมันออกไว้ 1 ถ้วยตวงแล้วนำส่วนที่เหลือใส่ภาชนะเทน้ำร้อนใส่ลงในแป้งทีละน้อยแล้วค่อยๆนวดจนแป้งจับตัวเป็นก้อน จากนั้นแบ่งแป้งออกเป็น 3 ส่วนเท่าๆกัน ใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆปิดคลุมแป้งไว้2.นำแป้งส่วนที่ 1 มาผสมกับสีดอกอัญชันที่คั้นน้ำเอาไว้แล้วนวดให้เนื้อแป้งเนียน โดยใช้แป้งมันส่วนที่แบ่งไว้แตะที่มือเล็กน้อยเพื่อไม่ให้แป้งติดมือ เมื่อนวดจนแป้งเนียนแล้วจะได้เนื้อแป้งสีม่วงอ่อนๆ แล้วนำแป้งส่วนที่เหลืออีก 2 ส่วนมานวดโดยใช้วิธีเดียวกัน จะทำให้ได้แป้ง 3 สี คือสีม่วง สีเขียว และสีขาว
2.จากนั้นนำแป้งแต่ละสีมาแบ่งคลึงให้เป็นแผ่นบางๆแล้วตัดให้เป็นเส้นๆ ถ้าเส้นติดกันให้ใช้แป้งมันที่แบ่งไว้โรยบางๆ ทำให้หมดทั้ง 3 สี
3.นำภาชนะหรือหม้อใส่น้ำแล้วนำไปต้มให้เดือด นำแป้งที่ตัดไว้ลงต้ม (แบ่งต้มทีละน้อย) เมื่อแป้งลอยตัวและพองให้ตักใส่ในน้ำเย็นที่เตรียมไว้ แล้วเทใส่กระชอนหรือภาชนะกรองให้สะเด็ดน้ำ
วิธีทำน้ำเชื่อม
นำน้ำตาลทรายเทใส่หม้อตั้งไฟอ่อนๆ ก่อนเติมน้ำให้คั่วน้ำตาลทรายประมาณ 3-5 นาที แล้วเติมน้ำเปล่าที่เตรียมไว้ ตัดใบเตยเป็นท่อนยาวๆใส่ลงไป เคี่ยวไฟอ่อนๆ จนน้ำเชื่อมข้นและเหนียว วิธีนี้จะทำให้ได้น้ำเชื่อมสีสวยและมีกลิ่นหอมของใบเตย
วิธีทำน้ำกะทิ
เคล็ดลับที่ไม่ทำให้กะทิบูดง่าย ขั้นตอนแรกควรซื้อมะพร้าวแบบที่ขูดไว้แต่ยังไม่ได้คั้นน้ำ นำมาใส่เครื่องปั่นแล้วกรองเอาแต่น้ำให้ได้ประมาณ 500 กรัม จากนั้นใส่เกลือป่นแล้วนำขึ้นตั้งไฟเคี่ยวไฟอ่อนๆคนตลอดเวลาเพื่อไม่ให้กะทิแตกมันวิธีทำรวมมิตรรอดช่องสิงคโปร์
1.นำเส้นลอดช่องที่พักไว้มาใส่ลงในน้ำกะทิ2.เติมนมสดลงไป แล้วคนเบาๆให้เข้ากันทั้งน้ำกะทิและนมสด
3. เวลาเสิร์ฟให้ตักลอดช่องใส่ถ้วย ใส่ขนุนหั่นเป็นชิ้นเล็กๆลงไป เติมน้ำเชื่อมและน้ำแข็งบด ทานเย็นๆอร่อยชื่นใจ
การขายลอดช่องสิงคโปร์รวมมิตรเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้ที่สามารถดัดแปลงใส่ส่วนผสมอื่นๆได้ตามที่เราต้องการค่ะ
ที่มา http://datacatalog.org
ลอดช่องสิงค์โปร์ทำขายเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้
ปลูกสับปะรดอาชีพเสริมน่าลงทุน

ปลูกสับปะรด
มนุษย์เงินเดือน หรือคนที่มีรายได้ประจำนอกจากต้องการมีรายได้เสริม เพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายระหว่างเดือน ส่วนหนึ่งยังแสวงหาอาชีพเสริมเพราะต้องการมีรายได้เป็นเงินก้อน เพื่อนำมาเป็นเงินเก็บ อาชีพเสริมที่เหมาะกับการหารายได้ประเภทนี้ ได้แก่การปลูกพืชสวนพืชไร่ หรือปลูกไม้ผล วันนี้ datacatalog.org มีวิธีปลูกสับปะรถ มาแนะนำค่ะ
ปลูกสับปะรด อาชีพเสริมน่าลงทุน
สับปะรด เป็นพืชที่มีความความทนทาน ชอบอากาศค่อนข้างร้อนและชุ่มชื้น ทำให้ปลูกได้ทุกสภาพดินในประเทศไทย เหมาะสำหรับเป็นอาชีพเสริมของคนที่ต้องการมีรายได้รายได้เป็นเงินก้อน สำหรับเป็นเงินเก็บ
พันธุ์สัปปะรดและการขายพันธุ์
การปลูกสับปะรดนิยมใช้หน่อหรือหน่อตะเกียง โดยจะให้ผลเมื่อปลูกได้ 16-18 เดือนพันธุ์สับปะรดที่นิยมปลูกกันอย่างแพร่หลายมีอยู่ 3 พันธุ์ ได้แก่
1.พันธุ์ปัตตาเวีย หรือเรียกว่า สับปะรดศรีราชา นิยมปลูกทั่วไป ผลใหญ่ ฉ่ำน้ำ เนื้อสีเหลืองอ่อนนิยมปลูกสำหรับป้อนโรงงานสับปะรดกระป๋อง
2.พันธุ์อินทรชิต เป็นสับปะรดพันธุ์พื้นเมืองมีความทนทุกสภาพอากาศ
3.พันธุ์สิงคโปร์ เนื้อสีเหลืองไส้กรอบ รสหวานอมเปรี้ยว
การปลูกสับปะรดนิยมใช้หน่อหรือหน่อตะเกียง โดยจะให้ผลเมื่อปลูกได้ 16-18 เดือนพันธุ์สับปะรดที่นิยมปลูกกันอย่างแพร่หลายมีอยู่ 3 พันธุ์ ได้แก่
1.พันธุ์ปัตตาเวีย หรือเรียกว่า สับปะรดศรีราชา นิยมปลูกทั่วไป ผลใหญ่ ฉ่ำน้ำ เนื้อสีเหลืองอ่อนนิยมปลูกสำหรับป้อนโรงงานสับปะรดกระป๋อง
2.พันธุ์อินทรชิต เป็นสับปะรดพันธุ์พื้นเมืองมีความทนทุกสภาพอากาศ
3.พันธุ์สิงคโปร์ เนื้อสีเหลืองไส้กรอบ รสหวานอมเปรี้ยว
การใส่ปุ๋ยและบำรุงรักษา
โดยทั่วไปการใส่ปุ๋ยอาจแบ่งออกไปได้ราว 2-3 ครั้ง หรือจะใส่ปีละ 2 ครั้งก็ได้ สูตรที่นิยมใช้ได้แก่ 10-4-15 หรือ 12-2-10 หรือ 12-2-8 การใช้ปุ๋ยประมาณ 35 กก.ต่อสับปะรด 1,000 ต้นต่อครั้ง สับปะรดจะออกผลทยอยกันตลอดปี จะได้ผลมาก คือประมาณเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม และประมาณเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน สับปะรดเป็นพืชที่ไม่ค่อยจะมีศัตรูและโรครบกวน ที่พบได้แก่โรคโคนเน่า อันเนื่องมาจากพื้นที่แฉะเกินไป บริเวณที่ปลูกไม่มีทางระบายน้ำ
โดยทั่วไปการใส่ปุ๋ยอาจแบ่งออกไปได้ราว 2-3 ครั้ง หรือจะใส่ปีละ 2 ครั้งก็ได้ สูตรที่นิยมใช้ได้แก่ 10-4-15 หรือ 12-2-10 หรือ 12-2-8 การใช้ปุ๋ยประมาณ 35 กก.ต่อสับปะรด 1,000 ต้นต่อครั้ง สับปะรดจะออกผลทยอยกันตลอดปี จะได้ผลมาก คือประมาณเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม และประมาณเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน สับปะรดเป็นพืชที่ไม่ค่อยจะมีศัตรูและโรครบกวน ที่พบได้แก่โรคโคนเน่า อันเนื่องมาจากพื้นที่แฉะเกินไป บริเวณที่ปลูกไม่มีทางระบายน้ำ
การเก็บเกี่ยวผลผลิต
ช่วงเก็บเกี่ยวแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงในฤดู เก็บเกี่ยวได้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน – มกราคม และกลางเดือนเมษายน – กรกฎาคม และช่วงเก็บเกี่ยวนอกฤดู ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ – ต้นเดือนเมษายน และเดือนสิงหาคม – ตุลาคม
ช่วงเก็บเกี่ยวแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงในฤดู เก็บเกี่ยวได้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน – มกราคม และกลางเดือนเมษายน – กรกฎาคม และช่วงเก็บเกี่ยวนอกฤดู ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ – ต้นเดือนเมษายน และเดือนสิงหาคม – ตุลาคม
การปลูกสับปะรดเป็นอาชีพเสริมที่เหมาะสำหรับคนที่มีพื้นที่ หรือหากไม่มีพื้นอาจปลูกในพื้นที่เช่าแต่ควรทำสัญญาในระยะยาว อย่างน้อย 3-5 ปี นอกจากมีพื้นที่ในการปลูกแล้วควรรักและชื่นชอบทำการเกษตรอยู่บ้าง เนื่องจากเป็นอาชีพที่ต้องศึกษาและดูแลเอาใจใส่พอสมควร
วิธีปลูกสับปะรด
1.การปลูกแบบแถวเดียว ใช้ระยะการปลูกระหว่างต้น 40 ซม. ระหว่างแถว 100-125 ซม. ในเนื้อที่ 1 ไร่ จะปลูกได้ประมาณ 2,500-3,500 ต้น การปลูกด้วยวิธีนี้จะทำให้ได้สับปะรดผลใหญ่
2. การปลูกแบบแถวคู่ ใช้ระยะปลูกระหว่างดินประมาณ 30 ซม. ระหว่างแถวประมาณ 50 ซม. สลับ ฟันปลาระยะระหว่างแถวของคู่ 1 เมตร ในหนึ่งไร่จะปลูกได้ประมาณ 6,500-8,000 ต้น เป็นวิธีที่เหมาะสำหรับปลูกเพื่อจำหน่ายให้แก่โรงงานอุตสาหกรรม
2. การปลูกแบบแถวคู่ ใช้ระยะปลูกระหว่างดินประมาณ 30 ซม. ระหว่างแถวประมาณ 50 ซม. สลับ ฟันปลาระยะระหว่างแถวของคู่ 1 เมตร ในหนึ่งไร่จะปลูกได้ประมาณ 6,500-8,000 ต้น เป็นวิธีที่เหมาะสำหรับปลูกเพื่อจำหน่ายให้แก่โรงงานอุตสาหกรรม
ที่มา http://datacatalog.org
ปลูกสับปะรดอาชีพเสริมน่าลงทุน
ชาวอ.สทิงพระจ.สงขลาปลูกพลูขายราคาดี

ชาวบ้านในพื้นที่ต.สนามชัย อ.สทิงพระ จ.สงขลา ปลูกพลูขาย ราคาดีกำละ 20 บาท และปลูกครั้งเดียวเก็บขายได้ตลอด
ชาวบ้านในพื้นที่บ้านสนามชัย หมู่ 3 ต.สนามชัย อ.สทิงพระ จ.สงขลา หันมาปลูกพลูเป็นทั้งอาชีพหลักและอาชีพเสริมสร้างรายได้และเป็นแหล่งปลูกพลูคุณภาพดีของจ.สงขลา ตลาดต้องการสูงเพราะพื้นที่ปลูกน้อยแต่จำเป็นต้องใช้ในวิถีชีวิตและประเพณีต่างๆของไทยเช่น นายผาด และนางสมปอง พลิกชู สองลุง-ป้า ชาวบ้าน บ้านสนามชัย ได้ใช้ที่ดินบริเวณบ้านปลูกพลู รวม 5 แปลง กว่า 400 ต้น ซึ่งแทบไม่ต้องลงทุนอะไรมากมายเนื่องจากกิ่งพันธุ์ก็หาตามละแวกบ้านที่มีการปลูกพลูอยู่แล้ว และใช้ไม้ทำเป็นเสาค้างเพื่อให้พลูได้เลื่อยแตกยอดขยายใบออกไปเรื่อย ส่วนปุ๋ยก็ใช้ปุ๋ญคอกขี้วัวขี้ไก่ และรดน้ำพรวนดินสม่ำเสมอ โดยใน 1 แปลง จะปลูกพลู 60 ต้น เสาละ 2 ต้น แต่ในช่วงที่พลูแตกยอดขยายใบต้องทำร้านให้พลูเลื้อยพันขึ้นไป
ลุงผาด บอกว่า ยึดอาชีพปลูกพลูขายมากว่า5 ปี และเป็นอาชีพที่เหมาะกับผู้สูงอายุเพราะได้ออกกำลังกายและมีรายได้ด้วย โดยเฉพาะในช่วงนี้พลูมีราคาดีกำละ 20 บาท จากปรกติอยู่ที่ 17-18 บาท ข้อดีของพลูคือปลูกครั้งเดียวเก็บได้ตลอดไม่มีวันตายเพราะเป็นพืชที่แตกยอดไปเรื่อยๆ ยกเว้นประสบภัยทางธรรมชาติเช่นน้ำท่วม จึงเหมาะสำหรับผู้สูงอายุเพราะไม่ต้องดูแลมากปลูกได้บริเวณบ้านทำให้สุขภาพดีและมีรายได้ด้วย
ที่มา http://news.sanook.com
ชาวอ.สทิงพระจ.สงขลาปลูกพลูขายราคาดี
อดีตครูใช้เวลาว่างหลังเกษียณทำไม้กวาดทางมะพร้าวขาย สร้างรายได้เสริมเดือนละหมื่น

อดีตครูวัย 64 เก็บก้านมะพร้าวแห้งที่หลายคนมองไร้ค่า ทำไม้กวาดทางมะพร้าวขาย สร้างรายได้เสริมเดือนละกว่าหมื่นบาท ทั้งยังนำไปแจกฟรีให้ ร.ร. ที่เคยสอนด้วย
นายชาญชัย จำปาหอม อายุ 64 ปี อดีตข้าราชการครู ตำบลบ้านด่าน อำเภอบ้านด่าน จังหวัดบุรีรัมย์ ไม่เลือกงาน ไม่นิ่งเฉย ใช้เวลาว่างหลังเกษียณอายุราชการทำไม้กวาดทางมะพร้าวขายเป็นอาชีพและรายได้เสริม โดยนำความรู้จากการเข้าร่วมอบรมการทำหัตถกรรมจักสาน สมาคมผู้สูงอายุเทศบาลตำบลบ้านด่าน มาประยุกต์
ส่วนวัสดุก็หาได้ง่ายและมีต้นทุนต่ำ โดยเฉพาะก้านมะพร้าวที่หลายคนมองว่าไร้ค่า ก็สามารถหาได้ในหมู่บ้านโดยไม่ต้องลงทุนซื้อ ส่วนไม้ไผ่ที่นำมาทำเป็นด้ามไม้กวาดก็หาได้จากท้องถิ่นเช่นกัน อุปกรณ์ที่ต้องซื้อก็มีแค่เพียงเชือกไนล่อน และตะปูที่ใช้ในการตอกยึดและถักเท่านั้น

สำหรับขั้นตอนการทำไม้กวาดทางมะพร้าวก็ไม่ได้ยุ่งยาก เริ่มต้นจากการนำก้านมะพร้าวมาเหลาเอาใบออก แล้วนำไปผึ่งแดดให้แห้ง จากนั้นนำก้านมะพร้าวมามัดเป็นกำ กำละ 10 อัน ให้ได้ 30-40 มัด แล้วนำมาถักเรียงกัน จากนั้นนำมาประกอบใส่ด้ามไม้ไผ่ที่เหลาเตรียมไว้ แล้วมัดด้วยลวดหรือหนังยางอีกรอบ ตอกตะปูยึดให้แน่น ขั้นตอนสุดท้ายก็ใช้เชือกไนล่อนถักร้อยขึ้น-ลงให้แน่นหนามากขึ้นและดูสวยงามด้วย
โดยไม้กวาดที่ทำเสร็จแล้วก็จะใส่รถเข็นตระเวนขายในหมู่บ้าน และส่งขายตามตลาด จนปัจจุบันมีลูกค้าประจำมารับซื้อถึงบ้าน จนบางช่วงทำไม่ทัน แต่ลูกค้าก็จะสั่งจองไว้แล้วมารับทีหลัง ด้วยความขยันและไม่หยุดนิ่งของครูชาญชัยที่ใช้เวลาว่างหลังเกษียณทำไม้กวาดขาย ก็ทำให้มีรายได้เสริมเฉลี่ยเดือนละ 8,000 – 10,000 บาท

นอกจากนี้ ครูชาญชัยยังได้นำไม้กวาดทางมะพร้าวที่ทำไว้ไปมอบฟรีให้กับโรงเรียนหลายแห่งที่ตัวเองเคยสอนด้วย ทั้งยังพร้อมจะสละเวลา แรงกาย แรงใจ นำความรู้ที่มีไปถ่ายทอดให้กับผู้ปกครองและนักเรียนที่สนใจได้นำไปทำเป็นอาชีพอีกด้วย
ครูชาญชัยยังบอกอีกว่า ที่ใช้เวลาว่างหลังเกษียณมาทำไม้กวาดทางมะพร้าวขาย เพราะไม่อยากอยู่เฉย ทั้งยังสามารถช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัวได้ และยังได้ออกกำลังกายด้วย ที่สำคัญยังอยากทำตัวเป็นแบบอย่างให้กับข้าราชการที่เกษียณอายุราชการ หรือผู้สูงอายุ ว่าแม้จะเกษียณหรือเป็นผู้สูงอายุแล้ว แต่ยังสามารถช่วยเหลือครอบครัวและสร้างคุณประโยชน์ให้กับสังคมได้
ที่มา http://money.sanook.com
อดีตครูใช้เวลาว่างหลังเกษียณทำไม้กวาดทางมะพร้าวขาย สร้างรายได้เสริมเดือนละหมื่น
เปิดร้านขายน้ำผลไม้ปั่น.. อาชีพอิสระทําเงิน หลักหมื่น+

พูดถึง อาชีพอิสระทําเงิน อย่างเปิดร้านขายน้ำผลไม้ปั่น อาชีพอิสระทําเงิน ที่ทำง่าย และยังขายดีอีกด้วย หากคุณกำลังคิดอยู่ว่าจะ ขายอะไรดี ร้านขายน้ำผลไม้ปั่นก็เป็นทางเลือกอีกทางที่ดีทีเดียว การ ขายน้ำผลไม้ปั่น ตามตลาดนัด ผลไม้ที่นิยมนำมาทำน้ำผลไม้ปั่น อย่างเช่น ส้ม สับปะรด แอปเปิ้ล แตงโม หรือผลไม้ตามฤดูกาลที่หาได้ง่ายตามท้องตลาดทั่วไป ราคาขายแก้วละ 20 – 25 บาท หรือหากขายตามตลาดนัดที่อยู่ในย่านชุมชนที่มีคู่แข่งขายน้ำผลไม้ปั่นเช่นเดียวกัน ความแปลกใหม่และมีผลไม้ให้ลูกค้าได้เลือกที่หลากหลายจะช่วยดึงดูดความสนใจของลูกค้าได้มากขึ้น
รวมถึงสามารถ ขายน้ำผลไม้ปั่น ได้ในราคาที่สูงขึ้น เช่น กีวี สตอเบอรี่ บลูเบอร์รี่ เป็นผลไม้แช่แข็งที่สามารถเก็บไว้ได้นาน ความอร่อยของน้ำผลไม้ปั่นขึ้นอยู่กับสูตรการปั่นที่ควรมีอุปกรณ์สำหรับตวงวัตถุดิบหรือน้ำเชื่อม เพราะจะได้รสชาติที่มีมาตรฐาน น้ำผลไม้ปั่นเป็น อาชีพอิสระทำเงิน ลงทุนน้อยที่หลายๆคนมองข้ามเนื่องจากยอดขายในแต่ละวันอาจไม่เกิน 2-3 พันบาท
จะขายน้ำผลไม้ปั่น ต้องรู้จักน้ำผลไม้
น้ําผลไม้ คือ ของเหลวที่อยู่ในเนื้อเยื่อของผลไม้ตามธรรมชาติ น้ำผลไม้จะได้มาจากการนำผลไม้ไปคั้นหรือปั่นผลไม้เหล่านั้นโดยไม่ใช้ความร้อนหรือตัวทำละลาย ซึ่งน้ำผลไม้สำเร็จรูปที่วางขายหลายยี่ห้อจะถูกกรองเอากากใยอาหารออก แต่น้ำผลไม้ที่มีเนื้อก็ยังคงเป็นเครื่องดื่มที่นิยม โดยอาจขายในรูปแบบเข้มข้น ซึ่งจำเป็นต้องเติมน้ำเพื่อลดความเข้มข้นจนกระทั้งอยู่ในสถานะปกติ โดยน้ำผลไม้แบบเข้มข้นมักจะมีรสชาติที่ต่างจากน้ำผลไม้คั้นสดอย่างชัดเจน
รสชาติของน้ำผลไม้ปั่น ก็เป็นจุดขายสำคัญที่จะช่วยให้มีรายได้มากขึ้น สูตรน้ำผักผลไม้ปั่นควรทดลองปั่นและคำนวณส่วนผสมให้ลงตัวเพื่อให้ได้รสชาติเดียวกันเสมอ ราคาขายน้ำปั่นทั่วๆไป ราคาแก้วละ 25-35 บาท หรือมากกว่านั้นขึ้นอยู่กับสูตรและผลไม้ที่นำมาปั่น น้ำผักผลไม้ปั่นเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้ที่ใช้เงินลงทุนน้อย ขายง่ายกำไรดี เป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ หากสนใจอาชีพนี้ลองศึกษาสูตรน้ำผักผลไม้ต่างๆแล้วนำมาปรับปรุงให้เป็นสูตรเฉพาะของเราเอง
อาชีพอิสระทําเงิน ธุรกิจเปิดร้านขายน้ำผลไม้ปั่น
เพราะเป็นอาชีพอิสระที่คุณไม่จำเป็นที่จะต้อง มีความสามารถในระดับโลกก็ทำได้ เพียงแค่คุณมีเครื่องปั่นดีๆซักเครื่อง กับผลไม้ที่คุณต้องการ ผสมเกลือ น้ำตาล น้ำเชื่อมนิดหน่อยก็ออกมาอร่อยได้แล้ว แถมยังมีต้นทุนน้อย สามารถทำกำไรจากการขายได้อย่างมากมาย และยังขายได้ง่าย หากคุณยังไม่เคยสังเกตลองเดินผ่านๆแถวตลาดหรือโรงอาหารประจำสำนักงาน จะเห็นได้ว่ามีร้านพวกนี้อยู่เยอะไปหมด ดังนั้นหากคุณสนใจลองสำรวจตัวเองขั้นแรกกันก่อน สิ่งที่คุณต้องมีในการเปิดร้านน้ำผลไม้ปั่น
– ทุน ไม่ว่าธุรกิจไหนก็ต้องมีทุนเริ่มแรก คุณควรมีเงินหมุนอย่างน้อยๆ 8,000 – 10,000 บาท
– ทำเล การหาทำเลที่ดี จะทำให้คุณมีชัยไปกว่าครึ่ง ดังนั้นควรสำรวจตลาดก่อนลงมือเปิดร้าน
– ทุน ไม่ว่าธุรกิจไหนก็ต้องมีทุนเริ่มแรก คุณควรมีเงินหมุนอย่างน้อยๆ 8,000 – 10,000 บาท
– ทำเล การหาทำเลที่ดี จะทำให้คุณมีชัยไปกว่าครึ่ง ดังนั้นควรสำรวจตลาดก่อนลงมือเปิดร้าน
ที่มา http://www.kingsmes.com
เปิดร้านขายน้ำผลไม้ปั่น.. อาชีพอิสระทําเงิน หลักหมื่น+
เปิดร้านอาหารตามสั่ง… อาชีพอิสระทําเงิน หมื่นต่อวัน !

พูดถึง อาชีพอิสระทําเงิน อย่างการเปิดร้านขายอาหารตามสั่ง เป็น อาชีพอิสระ ที่สามารถใช้ฝีมือการทำอาหาร ในการสร้างรายได้ให้กับตัวเอง และ อาชีพอิสระทําเงิน นี้ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นในการดำรงชีวิตของมนุษย์เราด้วย ผมมีโอกาศได้พูดคุยกับเจ้าของ ร้านอาหารตามสั่ง อยู่เจ้าหนึ่ง ซึ่งเปิดติดกับมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง โดยจะมีนักศึกษาเข้ามารับประทานเป็นจำนวนมาก สอบถามถึงรายได้ก็ต้องทำตาโต และร้องว้าวว เจ้าของร้านบอกว่ารายได้โดยประมาณ 9,000-10,000 กว่า/วัน ทำให้ อาชีพอิสระทําเงิน แบบนี้ดูน่าสนใจจริงๆ ผมจึงได้ค้นคว้าหาข้อมูลในการเปิดร้านอาหารตามสั่ง และวันนี้เรามาดูกันว่าจะเปิดร้านอาหารตามสั่งต้องทำอย่างไรบ้าง มีต้นทุนอย่างไร
ทุกคนต้องกินอาหารกันทุกวัน การรับประทานอาหารจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นและขาดไม่ได้เลย ธุรกิจร้านอาหารตามสั่งจึงเกิดขึ้นอยู่ทั่วเมือง รวมไปถึงร้านอาหารประเภทข้าวแกงและอาหารทั่วไปที่อยู่คู่สังคมไทยมาช้านาน สาเหตุที่คนส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นวัยหนุ่มสาวและคนทำงาน นิยมรับประทานอาหารไทยประเภทข้าวแกงและอาหารตามสั่งนั้น ก็คงเป็นเพราะว่า มีเมนูอาหารที่หลากหลายให้เลือกมากมาย อีกทั้งเป็นอาหารจานเดียวที่หารับประทานได้ง่าย สะดวกรวดเร็ว แถมอร่อยและไม่แพง นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้คนที่มีฝีมือในการทำอาหารหลายๆคน คิดฝันอยากจะลงทุนเปิดร้านอาหารไทยประเภทข้าวแกงและอาหารตามสั่งเพื่อสร้างเป็นอาชีพเสริมและสร้างรายได้ให้กับตนเอง
เริ่มต้น อาชีพอิสระทําเงิน เปิดร้านอาหารตามสั่งอย่างไร?
เริ่มต้นด้วยกามองหาทำเลที่น่าสนใจเปิดร้านกันก่อนครับ ขายอาหารตามสั่ง แน่นอนว่าจะต้องมีพื้นที่ขายอยู่ในบริเวณที่มีกลุ่มคนเยอะๆ เน้นเป็นย่านออฟฟิศ โรงเรียน มหาลัย หรือชุมชน เลยก็ยิ่งดี เมื่อได้ทำเลเหมาะๆ เรื่องฝีมือก็เป็นสิ่งสำคัญ หากมีพื้นฐานหรือชอบทำอาหารอยู่แล้วก็ดีเลยครับ แต่ถ้ายังเป็นมือใหม่อยู่ทดลองทำปรับสูตร ปรับรสชาติไปเรื่อยๆ พร้อมกับให้ลูกค้าคอมเม้นท์ ติชม ดูบ้างว่าลูกค้าอยากได้รสชาติแบบไหน ข้อดีข้อร้านคืออะไร ส่วนไหนต้องแก้ไขปรับปรุง ค่อยๆปรับแก้ไปทีละส่วน องค์ประกอบอื่นก็ต้องให้ความสำคัญเช่นกัน อย่างเรื่อง ความสะอาด ถูกหลักอนามัย คุณภาพ และราคาที่สมเหตุสมผล เป็นต้น
เมนูอาหารยอดนิยมในร้านอาหารตามสั่ง
1 ข้าวกระเพรา+ไข่ดาว
2 ข้าวผัด
3 ข้าวไข่เจียว
4 ข้าวหมูทอดกระเทียมพริกไทย
5 ผัดผักราดข้าว
6 ถั่วฝักยาวผัดพริกแกงราดข้าว
7 ผัดพริกสดราดข้าว
8 สุกี้
9 ราดหน้า-ผัดซีอิ๊ว
10 ผัดไท
2 ข้าวผัด
3 ข้าวไข่เจียว
4 ข้าวหมูทอดกระเทียมพริกไทย
5 ผัดผักราดข้าว
6 ถั่วฝักยาวผัดพริกแกงราดข้าว
7 ผัดพริกสดราดข้าว
8 สุกี้
9 ราดหน้า-ผัดซีอิ๊ว
10 ผัดไท
ทำเลที่เหมาะสมในการเปิดร้านอาหารตามสั่ง
บ้านพัก คอนโด หรือหอพัก ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นพนักงาน หรือนักเรียนนักศึกษาที่พักอาศัยอยู่บริเวณนั้น โดยจะเดินเข้าออกบ่อยๆเพราะสะดวก
ตลาดโต้รุ่ง หรือตลาดกลางเดินคืน มีผู้ไปเดินเล่นตลาดตอนกลางคืนอยู่เยอะ ก็เป็นแหล่งเปิดร้านชั้นดีทีเดียว
หน้าโรงเรียน หรือมหาลัย ลูกค้าส่วนใหญ่ก็คือนักเรียนหรือนักศึกษานั่นเอง ร้านอาหารตามสั่งเป็นแหล่งรับประทานอาหารประจำอยู่แล้ว
สำหรับร้านอาหารตามสั่งแล้ว หากคุณมีฝีมือในการทำอาหาร รสชาติดีติดปาก ลูกค้าก็จะหันมาเข้าร้านคุณเอง ไม่ต้องกลัวว่าลูกค้าจะมีเจ้าประจำอยู่แล้ว และทำเลก็เป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับการเปิดร้านอาหารตามสั่ง และถ้าคุณขายดีมากก็ควรหาพ่อครัวแม่ครัวมาเพิ่ม จะได้ทำอาหารได้เร็วขึ้น มากขึ้น และคุณก็จะเหนื่อยน้อยลงด้วย อาชีพอิสระทําเงิน ที่เราแนะนำ
ตลาดโต้รุ่ง หรือตลาดกลางเดินคืน มีผู้ไปเดินเล่นตลาดตอนกลางคืนอยู่เยอะ ก็เป็นแหล่งเปิดร้านชั้นดีทีเดียว
หน้าโรงเรียน หรือมหาลัย ลูกค้าส่วนใหญ่ก็คือนักเรียนหรือนักศึกษานั่นเอง ร้านอาหารตามสั่งเป็นแหล่งรับประทานอาหารประจำอยู่แล้ว
สำหรับร้านอาหารตามสั่งแล้ว หากคุณมีฝีมือในการทำอาหาร รสชาติดีติดปาก ลูกค้าก็จะหันมาเข้าร้านคุณเอง ไม่ต้องกลัวว่าลูกค้าจะมีเจ้าประจำอยู่แล้ว และทำเลก็เป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับการเปิดร้านอาหารตามสั่ง และถ้าคุณขายดีมากก็ควรหาพ่อครัวแม่ครัวมาเพิ่ม จะได้ทำอาหารได้เร็วขึ้น มากขึ้น และคุณก็จะเหนื่อยน้อยลงด้วย อาชีพอิสระทําเงิน ที่เราแนะนำ
ที่มา http://www.kingsmes.com
เปิดร้านอาหารตามสั่ง… อาชีพอิสระทําเงิน หมื่นต่อวัน !
สูตรน้ําจิ้มลูกชิ้นรสเด็ด สำหรับทำขายสร้างรายได้

น้ําจิ้มลูกชิ้น สวัสดีครับ จากบทความก่อนหน้านี้ที่เราได้มาแนะนำสูตรน้ำจิ้มซีฟู้ดกันไปแล้ว วันนี้เราก็ได้มาแจกสูตรน้ําจิ้มลูกชิ้นรสเด็ด สำหรับเพื่อนๆที่สนใจนำไปทำขายควบคู่กับลูกชิ้น เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ตนเอง หรืออาจจะทำขายเป็นอาชีพเสริมหลังเลิกงานก็ได้
โดยสูตรน้ําจิ้มลูกชิ้นรสเด็ดนี้ได้รับการแบ่งปันโดยคุณ Tristy สมาชิกบนเว็บไซต์พันทิปดอทคอมได้มาแนะนำขั้นตอนการทำนำ้จิ้มลูกชิ้นรสเด็ด ที่เพื่อนๆก็สามารถทำขายเองได้ จะมีขั้นตอนการทำอย่างไรบ้าง ไปชมกันเลยครับ
วัตถุดิบ น้ําจิ้มลูกชิ้น รสเด็ด
1. น้ำมะขามเปียกเข้มข้น 150 กรัม (1/2 ถ้วย)
2. น้ำเปล่า 300 กรัม (1 ¼ ถ้วย)
3. พริกสดแดง 7 เม็ด
4. กระเทียมดอง 2 หัว
5. กระเทียมสด 8 กลีบใหญ่
6. น้ำกระเทียมดอง 3 ช้อนโต๊ะ
7. น้ำตาลปึก 100 กรัม (ประมาณ 7 ช้อนโต๊ะ)
8. น้ำตาลทราย 150 กรัม (3/4 ถ้วย)
9. คอร์น ไซรัป 3 ช้อนโต๊ะ (น้ำตาลจากแป้งข้าวโพดครับ หาซื้อได้ตามซุปเปอร์)
10. แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ (ไม่มีให้ใช้แป้งมันแทนก็ได้ครับ)
11. น้ำเปล่าสำหรับละลายแป้งข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะ
11. พริกขี้หนูคั่วป่น 1 ช้อนชา
12. เกลือ 1 ช้อนชา
2. น้ำเปล่า 300 กรัม (1 ¼ ถ้วย)
3. พริกสดแดง 7 เม็ด
4. กระเทียมดอง 2 หัว
5. กระเทียมสด 8 กลีบใหญ่
6. น้ำกระเทียมดอง 3 ช้อนโต๊ะ
7. น้ำตาลปึก 100 กรัม (ประมาณ 7 ช้อนโต๊ะ)
8. น้ำตาลทราย 150 กรัม (3/4 ถ้วย)
9. คอร์น ไซรัป 3 ช้อนโต๊ะ (น้ำตาลจากแป้งข้าวโพดครับ หาซื้อได้ตามซุปเปอร์)
10. แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ (ไม่มีให้ใช้แป้งมันแทนก็ได้ครับ)
11. น้ำเปล่าสำหรับละลายแป้งข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะ
11. พริกขี้หนูคั่วป่น 1 ช้อนชา
12. เกลือ 1 ช้อนชา
วิธีทำ น้ําจิ้มลูกชิ้น รสเด็ด
1. โขลกหรือปั่นพริกสด กระเทียมดอง และกระเทียมสด ให้ละเอียดพอดี ๆ แล้วพักไว้ครับ
2. นำน้ำมะขามเปียก น้ำเปล่า น้ำตาลปึก น้ำตาลทราย และน้ำกระเทียมดอง เทใส่หม้อซอสขนาดกลาง จากนั้นนำไปต้มด้วยไฟระดับกลางไปหาสูง นิดๆ
ต้มเคี่ยว ไปเรื่อย ๆ จนน้ำตาลละลายดี
พอน้ำตาลละลายดีแล้ว ก็ยังเคี่ยวต่อ ๆ ไป เพื่อให้น้ำซอสข้นยิ่งขึ้น หมั่นคนเป็นระยะ แต่ไม่จำเป็นต้องคนตลอดเวลา
พอเดือดได้ที่จะใช้เวลาประมาณ 15 – 20 นาที
3. เอาพริกสดที่โขลกหรือปั่นกับกระเทียมสด และกระเทียมดอง ในขั้นตอนที่ 1 ลงไปในหม้อ
ช่วงนี้เร่งไฟให้แรงขึ้น จะช่วยให้กลิ่นเหม็นเขียวของพริกสดหายไป จากนั้นเคี่ยวต่อไปไปประมาณ 3 นาที กะเวลาให้กระเทียมสุก
ช่วงนี้เราก็คนให้เข้ากันตลอดเวลา
4. ลดไฟเหลือขนาดกลาง ๆ ใส่คอร์นไซรัปลงไป คนส่วนผสมตลอดเวลา น้ำซอสจะเริ่มเหนียวๆ จากนั้นคนต่อไปซัก 2 นาที
5. ใส่แป้งข้าวโพดละลายน้ำลงไป เพื่อเสริมความข้นอีกแรง คนต่อไปอีกซีก 2 นาที
6. ใส่เกลือลงปรุงไป 1 ช้อนชา คนส่วนผสมให้เข้ากัน
7. ลดไฟเป็นอ่อน ๆ ใส่พริกป่นลงไป 1 ช้อนชา คนให้เข้ากัน แล้วชิมรส
ทิ้งให้น้ำจิ้มเย็นลงซักครู่ ก็เทใส่ขวดโหลสำหรับจะนำไปขาย หรือเก็บไว้รับประทานเองครับ
เสร็จแล้วเราก็จะได้น้ำจิ้มลูกจิ้นรสเด็ดไว้ทานกับลูกชิ้นสุดอร่อย และทำขายสร้างรายได้ ครั้งหน้าเราจะนำสูตรการทำลูกชิ้นสุดเด้งมาฝากเพื่อนๆ กันนะครับ
ที่มา http://www.kingsmes.com
สูตรน้ําจิ้มลูกชิ้นรสเด็ด สำหรับทำขายสร้างรายได้
สูตรโจ๊กทะเลหม้อไฟ สำหรับทำขายเป็นอาชีพอิสระ รายได้ดี

สวัสดีครับเพื่อน ๆ บทความนี้เราจะมาแบ่งปันสูตรอาหารดี ๆ ที่สามารถทำทานและทำขายสร้างอาชีพอิสระ รายได้ดี ให้แก่ตัวเราได้ สูตรโจ๊กทะเลหม้อไฟ นี้ทำได้ไม่ยาก หากทำขายก็จะใช้ต้นทุนน้อย เหมาะแก่การทำเป็นอาชีพอิสระ หรืออาชีพเสริมเป็นอย่างยิ่ง ไปดูกันดีกว่าว่าจะมีขั้นตอนในการทำอย่างไรบ้าง
วัตถุดิบและส่วนผสม
- ข้าวหอมมะลิ
- เนื้อปลากระพงแดงหั่นเป็นชิ้นบาง
- หอยนางรม
- กุ้ง
- ขิงซอย
- ต้นหอมซอย
- โหระพาซอย
- ผักชีฝรั่งซอย
- ซีอิ้วขาวและพริกไทย
วิธีการทำโจ๊กทะเลหม้อไฟ
1. เริ่มด้วยการต้มโจ๊ก โดยใช้ปลายข้าวหอมมะลิ 1 ส่วน และใส่น้ำซุปกระดูกหมูลงไป 6 ส่วน
ที่มา http://www.kingsmes.com
สูตรโจ๊กทะเลหม้อไฟ สำหรับทำขายเป็นอาชีพอิสระ รายได้ดี
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


