วิธีทำขนมกล้วยทำขายเป็นอาชีพอิสระทำเงิน


ขนมกล้วยทำขายเป็นอาชีพอิสระทำเงิน

ขนมไทยนอกจากความอร่อยและวิธีทำที่ละเอียดอ่อนแล้วการใช้วัสดุจากธรรมชาติอย่างเช่นใบตองมาเย็บเป็นกระทงสำหรับใส่ขนมก็ถือว่าเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของขนมไทย
อาชีพอิสระทำเงินที่ผู้เขียนนำมาแนะนำในวันนี้เป็นสูตรและวิธีทำขนมกล้วย ซึ่งเป็นขนมไทยที่วัตถุดิบหาได้ง่ายต้นทุนต่ำเหมาะสำหรับทำขายเป็นอาชีพอิสระทำเงินที่น่าสนใจและน่าลงทุนค่ะ

สูตรและวิธีการทำขนมกล้วย

ขนมกล้วยเป็นขนมหวานของไทยมีขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยาก นิยมใช้ใบตองทำเป็นกระทงขนาดต่างๆสำหรับใส่ขนมกล้วยหรืออาจใช้ใบตองทำเป็นกรวยใส่ขนมกล้วยแล้วโรยหน้าด้วยมะพร้าวบางคนไม่ถนัดในการเย็บกระทงหรือทำกรวยอาจใช้ใบตองห่อคล้ายๆข้าวต้มมัดก็ได้เช่นกันขึ้นอยู่กับความถนัดของแต่ละคน การทำขนมกล้วยขายถือเป็นอาชีพอิสระทำเงินที่ใช้เงินลงทุนไม่มาก วัตถุดิบราคาถูกและหาได้ง่าย สำหรับสูตรและวิธีการทำมีรายละเอียดต่างๆตามนี้เลยค่ะ

ส่วนประกอบและสูตรขนมกล้วย

ส่วนประกอบ
กล้วยน้ำหว้าสุก 15-20 ลูก บดละเอียด
แป้งมัน ½ ถ้วยตวง
แป้งข้าวเจ้า 2 ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย 1 ½ ถ้วยตวง
เกลือป่น 1 ช้อนชา
หัวกะทิ 2 ถ้วยตวง
มะพร้าวทึนทึกขูด 3 ถ้วยตวง
กระทงใบตอง, กรวยใบตอง, ใบตองสำหรับห่อ, ถ้วยตะไล เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งตามความถนัด


วิธีทำขนมกล้วย

1.นำกล้วยบด น้ำตาลทราย แป้งข้าวเจ้า แป้งมัน หัวกะทิ เกลือป่น และเนื้อมะพร้าวขูดผสมเข้าด้วยกันแล้วนวดด้วยมือจนส่วนผสมเป็นเนื้อเดียวกัน
2.ตักส่วนผสมที่ได้เทลงในกระทงหรือภาชนะอื่นที่เตรียมไว้ จากนั้นนำไปนึ่งประมาณ 20-30 นาทีจนสุก เสิร์ฟได้ทั้งขณะร้อนและเย็น

ขนมกล้วยเป็นขนมหวานไทยๆวัตถุดิบหาง่ายราคาถูก ขั้นตอนและวิธีการทำไม่ยุ่งยากความน่าสนใจของขนมกล้วยอยู่ที่การเย็บใบตองเป็นกระทงสำหรับใส่ขนมกล้วย หากมีความประณีตบรรจงเย็บเป็นกระทงเล็กๆจะช่วยให้ได้รับความสนใจจากลูกค้ายิ่งขึ้น ขนมกล้วยจึงเหมาะสำหรับเป็นอาชีพอิสระทำเงินของคนที่ต้องการมีอาชีพเสริม

ที่มา http://datacatalog.org


 

วิธีทำขนมกล้วยทำขายเป็นอาชีพอิสระทำเงิน

อาชีพเสริมที่น่าสนใจทำขนมหม้อแกงไข่ขาย


หากพูดถึงขนม “กุมภมาศ” หลายคนอาจไม่รู้จักหรือไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนแต่เมื่อพูดถึง “ขนมหม้อแกง” เชื่อว่าเป็นขนมหวานที่ทุกคนรู้จักดีแล้วยังเป็นขนมหวานของโปรดของใครหลายคนอีกด้วย
การทำขนมหม้อแกงขายเป็นอาชีพเสริมที่น่าสนใจโดยเฉพาะขนมหม้อแกงไข่ ซึ่งปัจจุบันหาทานยากเพราะมีต้นทุนสูงทำให้ราคาขายแพงตามไปด้วย แต่หากมีฝีมือทำได้รสชาติที่อร่อยถูกปากคนทานถึงแม้จะมีราคาที่แพงกว่าปกติ ผู้เขียนเชื่อว่าเป็นอาชีพเสริมที่น่าสนใจค่ะ

สูตรขนมหม้อแกงการทำขนมหม้อแกงพร้อมเคล็ดลับความอร่อย

การทำขนมหม้อแกงไข่เป็นอาชีพเสริมที่น่าสนใจ เนื่องจากขนมหม้อแกงไข่หาทานยากเพราะวัตถุดิบมีราคาแพงจึงทำให้มีการปรับปรุงสูตรขนมหม้อแกงให้มีความหลากหลายมากขึ้น
เช่นทำเป็นขนมหม้อแกงเผือก ขนมหม้อแกงถั่ว มีการแต่งหน้าด้วยเม็ดบัวซึ่งจากเดิมใช้เพียงหอมเจียวโรยหน้าขนมเท่านั้น การปรับปรุงสูตรขนมหม้อแกงนอกจากทำให้มีต้นทุนที่ต่ำลงแล้วยังทำให้ขนมหม้อแกงมีรสชาติที่กลมกล่อมยิ่งขึ้น สำหรับสูตรและวิธีทำขนมหม้อแกงไข่มีขั้นตอนและรายละเอียดดังนี้


ส่วนประกอบและวิธีทำขนมหม้อแกงไข่

ส่วนประกอบ
ไข่เป็ด 10 ฟอง
หัวกะทิ 2½ ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย ½ ถ้วยตวง
น้ำตาลปีบ 1 ½ ถ้วยตวง
ใบเตย 3 ใบ
หัวหอมเจียว 1 ถ้วยตวง
แป้งสาลี 1 ถ้วยตวง


วิธีทำขนมหม้อแกง

1.ต่อยไข่เป็ดทั้ง 10 ฟองใส่ในภาชนะเติมน้ำตาลทราย น้ำตาลปีบ ขยำด้วยใบเตยให้ส่วนผสมเข้า กัน
2.ละลายแป้งสาลีกับน้ำกะทิ 2 ถ้วย จากนั้นเทรวมกับไข่และส่วนผสมที่เตรียมไว้ ตีส่วนผสมให้เข้ากันอีกครั้ง
3.กรองส่วนผสมในข้อ 2 ด้วยผ้าขาวบาง


ที่มา http://datacatalog.org

 

อาชีพเสริมที่น่าสนใจทำขนมหม้อแกงไข่ขาย

ทำขนมรังผึ้งขายเป็นอาชีพเสริมทำเงิน

ขนมหวานของไทยนอกจากเรื่องของรสชาติความละเอียดอ่อนประณีตในการทำแล้ว รูปร่างหน้าตาของขนมไทยแต่ละชนิดก็มีความน่าสนใจและทำให้รู้สึกอยากทานได้ ขนมรังผึ้ง เป็นขนมไทยที่เด็กๆชอบทานเหมาะสำหรับเป็นอาชีพเสริมทำเงินเพราะลงทุนน้อย

ขายง่ายกำไรดี สำหรับสูตรและวิธีทำมีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยากทำง่าย หากมีไอเดียหรือมีความคิดสร้างสรรค์ยังสามารถดัดแปลงรูปทรงหรือทำไส้ต่างๆให้มีความน่าสนใจเพิ่มมากขึ้นนอกจากเป็นอาชีพเสริมทำเงินแล้วยังทำขายเป็นอาชีพอิสระที่น่าลงทุนอีกด้วย


สูตรขนมรังผึ้งวิธีทำขนมรังผึ้ง


ขนมรังผึ้งสูตรแบบดั้งเดิมจะไม่มีไส้ตัวแป้งจะมีรสชาติหวานกลมกล่อมและมีกลิ่นหอม ปัจจุบันมีการดัดแปลงสูตรให้มีความน่าสนใจและน่าทานยิ่งขึ้นโดยการทำไส้ต่างๆ เช่นไส้ข้าวโพด หรือไส้ลูกเกด ทำให้เป็นขนมที่เด็กๆชอบทาน เหมาะสำหรับคุณแม่บ้านหรือคนที่สนใจนำไปทำขายเป็นอาชีพเสริมที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการนำไปขายบริเวณหน้าโรงเรียนในช่วงเช้าๆและหลังเลิกเรียน ส่วนสูตรและวิธีทำขนมรังผึ้งมีขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ขนมรังผึ้ง

ส่วนผสมและวิธีทำขนมรังผึ้ง

ส่วนผสม
ไข่ไก่ 6 ฟอง
แป้งสาลี 2 ½ ถ้วยตวง
นมสด 2 ถ้วย
น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
ผงฟู 3 ช้อนชา
เกลือป่น ½ ช้อนชา
เนยสด 1 ช้อนชา


รูปภาพที่เกี่ยวข้อง


วิธีทำขนมรังผึ้ง

1.นำแป้งสาลี ผงฟู และเกลือป่นผสมเข้าด้วยกันแล้วนำไปร่อน 3 ครั้งเพื่อให้แป้งเบาตัว
2.ตอกไข่ใส่ภาชนะ พร้อมน้ำตาลทราบและเนยสด ตีส่วนผสมเข้ากันจนเป็นเนื้อครีม จากนั้นใส่นมสดลงไปคนให้เข้ากัน
3.ค่อยๆใส่แป้งที่ร่อนไว้ลงไปคนเบาๆจนแป้งหมด

4.ทาเนยหรือน้ำมันที่พิมพ์ แล้ววอร์มพิมพ์โดยนำไปตั้งไฟ
5. เมื่อพิมพ์เริ่มร้อนดีแล้วตักส่วนผสมที่ทำไว้ใส่ลงในพิมพ์แล้วปิดฝา ประมาณ 3 นาทีขนมก็จะสุกและเริ่มได้กลิ่นหอมของขนมรังผึ้ง
ทราบสูตรส่วนผสมและขั้นตอนการทำขนมรังผึ้งกันแล้วนะคะ สำหรับคนที่มีพื้นฐานการทำขนมมาก่อนคงไม่ยาก ส่วนมือใหม่หัดทำก่อนทำขายเป็นอาชีพเสริมที่น่าสนใจผู้เขียนแนะนำให้ทดลองทำทานโดยปรับลดส่วนผสมลงตามอัตราส่วนก่อนหากมีข้อผิดพลาดจะได้ไม่เสียแป้งหรือส่วนผสมทั้งหมดค่ะ

ที่มา http://datacatalog.org

 

ทำขนมรังผึ้งขายเป็นอาชีพเสริมทำเงิน

ซองมือถือจากเศษผ้าเป็นอาชีพเสริม


เป็นทางเลือกหนึ่งในการหารายได้ของคนในยุคนี้ หลายคนมองหาอาชีพที่มีการลงทุนสูงเพื่อให้ได้ผลกำไรมากๆ ซึ่งความจริงแล้ว เป็นเพียงอาชีพที่ทำนอกเหนือจากงานประจำเพื่อให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น หรือได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์เท่านั้น อาชีพเสริมจากเศษผ้า
เช่นการนำเศษผ้ามาเย็บเป็นซองโทรศัพท์มือถือขาย เป็นอาชีพที่ไม่ต้องใช้เงินลงทุนมาก เพียงมีความคิดสร้างสรรค์ทำให้สินค้ามีความน่าสนใจก็สามารถสร้างรายได้ให้กับเราได้แล้ว

อาชีพเสริมจากเศษผ้า เป็นงานที่น่าสนใจเพราะเศษผ้าเป็นวัสดุที่หาง่าย


การทำซองโทรศัพท์มือถือจากเศษผ้าขาย เป็นการนำวัสดุเหลือใช้มาสร้างมูลค่าเพิ่ม สินค้าเหล่านี้มักจะได้รับความสนใจจากลูกค้า มีจุดขายอยู่ในตัวเอง อาชีพเสริมจากเศษผ้า
เป็นงานที่น่าสนใจเพราะเศษผ้าเป็นวัสดุที่หาง่าย เช่นเศษผ้าไหม เศษผ้าทอต่างๆอาทิ เศษผ้าขาวม้า ผ้าฝ้าย หรือเศษผ้าจากร้านตัดเย็บทั่วไป และยังเป็นเศษวัสดุเหลือใช้ที่มีราคาถูก
หากไม่มีความรู้ความชำนาญในการตัดเย็บ อาจออกแบบแล้วนำไปจ้างคนตัดเย็บก็ยังถือว่าเป็นอาชีพเสริมจากเศษผ้าที่มีค่าใช้จ่ายในการลงทุนไม่สูง ราคาซองโทรศัพท์ขึ้นอยู่กับรูปแบบและเศษผ้าที่นำมาตัดเย็บ หากเป็นเศษผ้าไหม หรือเป็นแบบที่มีการตกแต่งสวยงามราคาอาจเริ่มต้นที่ 39 บาท 59 บาท จนถึงหลักร้อย แหล่งจำหน่ายสามารถนำไปขายส่งหรือฝากขายตามร้านจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ ร้านกิ๊ฟช็อป

หรือนำไปขายเองตามตลาดนัด หรือแหล่งช้อปปิ้งต่างๆ อาชีพต่างๆนั้นมีอยู่มากมายสำหรับคนที่มีความมุ่งมั่น ขยันและกล้าที่จะเริ่มต้น อาชีพเสริมจากเศษผ้า เป็นอาชีพที่เชื่อว่าทำแล้วจะประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก เพราะการประกอบอาชีพให้ประสบความสำเร็จนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับแนวคิดมุมมอง หากกล้าที่จะคิดนอกกรอบให้มีความแตกต่างจากคนอื่นๆ เพียงขายซองโทรศัพท์มือถือจากเศษผ้าเป็นอาชีพก็สามารถประสบความสำเร็จมีความมั่นคงทางการเงินได้เช่นกันค่ะ

ที่มา http://datacatalog.org

 

ซองมือถือจากเศษผ้าเป็นอาชีพเสริม

ขายกุนเชียงอาชีพเสริมรายได้ดี


กุนเชียงทำเป็นอาชีพเสริมจ้า… หลังเลิกงานหลายๆท่านอาจพอมีเวลาว่างหรืออาจต้องอยู่กับบ้าน อาชีพเสริมทำกุนเชียงขายควรรับไว้ในพิจารณานะ ผู้เขียนคิดว่ากุนเชียงเป็นอีกหนึ่งอาหารที่คนไทยนิยมซื้อเอาไว้ที่บ้าน
ผู้เขียนเองก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ชอบซื้อมาไว้สำหรับทำอาหาร เลยนึกอยากทำกุนเชียงเองขึ้นมาเหมือนกัน พอไปหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตดูทราบคร่าวๆถึงวิธีการทำ
ผู้เขียนเลยสนใจอยากทำขายเป็นขายชีพเสริมเพราะว่าวัสดุที่ใช้ในการทำก็ไม่ได้มากและไม่ได้ยุ่งยากอะไร หลักๆก็ต้องมีเครื่องบดเนื้อเท่านั้นเอง นอกจากเครื่องบดแล้วที่เหลือเนื้อหมูล้วนๆเลยค่ะ

เหมาะสำหรับนำมาทำเป็นอาชีพเสริมเป็นอย่างมาก


ใครที่รู้จักส่วนผสมของกุนเชียงก็น่าจะรู้ว่าส่วนผสมไม่มากและหาได้ไม่ยากอะไรเลย และกุนเชียงเป็นอาหารที่เก็บไว้ได้นานหากขายไม่ได้ ก็สามารถเก็บเอาไว้ขายได้อีก ดังนั้นกุนเชียงจึงเหมาะสำหรับนำมาทำเป็นอาชีพเสริมเป็นอย่างมาก
แหล่งขายเราก็ขายส่งตามร้านค้าทั่วไปหรือฝากขายกับร้านค้าต่างๆ ในตลาดใกล้บ้านหรือขายให้กับร้านอาหารต่างๆได้ หรืออาจนำมาขายออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ หรือ facebook ก็เป็นอีกวิธีที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว
เพราะเป็นอาหารแห้งไม่มีปัญหาเรื่องจัดส่งอยู่แล้ว กุนเชียงทำอาหารได้หลากหลายเมนู เช่น ทอดกุนเชียง ยำกุนเชียง ข้าวไข่เจียวกุนเชียง หรือจะใช้เป็นส่วนประกอบอาหารชนิดอื่นได้อีกมากมายหลายเมนู
ที่สำคัญเราจะต้องทำสะอาดรสชาติอร่อยหรือถ้าหากคิดว่าขั้นตอนการทำนั้นยุ่งยากก็ซื้อมาเพื่อขายต่อเอากำไรอีกทอดหนึ่งก็น่าสนใจ สามารถทำกำไรได้ดี ครั้งหน้าผู้เขียนจะมาเล่าต่อให้ฟังถึงขั้นตอนวิธีการทำกุนเชียงเพื่อเป็นอาชีพเสริมกันค่ะ

ที่มา http://datacatalog.org

 

ขายกุนเชียงอาชีพเสริมรายได้ดี

ปลูกมะกอกน้ำ




        มะกอกน้ำ หรือชื่อทางวิทยาศาสตร์ Elaeocarpus hygrophilous เป็นไม้ยืนต้น หรือผลไม้พื้นบ้านที่นิยมนำผลดิบมาทานคู่กับน้ำปลาหวาน นำไปดอง หรือแช่อิ่ม ส่วนใบอ่อนและใบแก่ยังนำมาทานคู่กับน้ำพริก ลาบ น้ำตก หรือนำมาเป็นส่วนประกอบในอาหารได้อีกหลากหลายเมนู

พันธุ์ที่นิยมปลูกในเชิงพาณิชย์

1.พันธุ์ประเสริฐสุวรรณ ผลยาว หัวท้ายแหลม ป่องตรงกลาง เป็นพันธุ์พืชขึ้นทะเบียนของกรมวิชาการเกษตร
2.พันธุ์แขกดำ ผลเขียวอ่อน ก้นงอน แหลมเล็กน้อย
3.พันธุ์ศรีนวล ก้นแหลมแต่ไม่งอน ผลเล็กกว่าพันธุ์แขกดำ

การเตรียมดินและวิธีปลูก

1.การเตรียมดินไม่แตกต่างจากปลูกไม้ยืนต้นประเภทอื่นๆคือไถ 2 รอบแล้วตากหน้าดินไว้ประมาณ 20-30 วัน
2.การขุดหลุม หากมีพื้นที่ไม่มากปลูกในลักษณะประหยัดพื้นที่ ควรขุดหลุมให้มีระยะ 2 x 4 เมตร หรือ 4 x 4 เมตร ส่วนระยะปกติ 4 x 6 เมตร – 6 x 6 เมตร มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เมตร ลึก 40 เซนติเมตร
3.รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก แล้วนำกิ่งพันธุ์ที่ได้จากการชำหรือตอนลงปลูก
4.รดน้ำให้ชุ่ม แล้วนำหญ้าหรือฝางข้าวคลุมโคนต้น หมั่นรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ
5.มะกอกจะเริ่มให้ผลผลิตในปีที่ 2 หลังจากปลูกและให้ผลผลิตเต็มที่ในปีที่3


การปลูกลงกระถาง

1.ผสมดินกับขี้เถ้าแกลบและปุ๋ยคอกในอัตราส่วนที่เท่ากัน แล้วใส่ลงในกระถางที่ต้องการปลูก
2.นำกิ่งชำหรือกิ่งตอนจากต้นมะกอกที่มีอายุ 2-3 ปี ลงปลูกในกระถาง จะช่วยทำให้ได้ผลผลิตเร็วขึ้น
3.เหลือพื้นที่บริเวณขอบกระถางไว้ประมาณ 2 นิ้ว นำท่อพีวีซีขนาด 2 นิ้ว ให้มีความยาวกว่ากระถางที่ปลูก 2 เท่าตัว ปลายท่อใส่ข้องอ นำไปปักลงในกระถางให้ห่างจากต้น 3-4 นิ้ว เพื่อช่วยระบายอากาศในกระถาง
4.ปิดคลุมด้วยฝางข้าวหรือหญ้าแห้ง รดน้ำเช้าเย็น
5.การปลูกลงกระถางนอกจากให้ผลผลิตเร็ว และให้ผลผลิตทั้งปีแล้ว

การปลูกมะกอกน้ำกระถางยังขายเป็นอาชีพอิสระที่น่าสนใจได้ด้วย โดยเฉพาะในช่วงที่ต้นมะกอกกำลังให้ผลผลิตจะทำให้ได้ราคาดี เพราะนอกปลูกปลูกเพื่อต้องการประโยชน์จากใบและผล มะกอกกระถางยังเป็นไม้ประดับที่ได้รับความนิยมอีกด้วย

ที่มา http://datacatalog.org

 

ปลูกมะกอกน้ำ

แฟรนไชส์ก๋วยเตี๋ยวเรือ ขายง่าย กำไรดี


ก๋วยเตี๋ยวเรือเป็นเมนูอาหารที่มีสูตรและวิธีการทำที่มีลักษณะเฉพาะตัว นอกจากเรื่องสูตรและเครื่องปรุงที่เป็นสูตรลับแล้ว ขั้นตอนการปรุงยังมีความละเอียดอ่อนทำให้ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือมีน้อย ส่วนใหญ่ที่เปิดขายและขายได้ขายดีต้องมีความอร่อยที่โดดเด่นจริงๆ สำหรับแฟรนไชส์ก๋วยเตี๋ยวเรือที่น่าสนใจมีหลายแบรนด์ เช่น
1. ก๋วยเตี๋ยวเรือ มหานครไม่มีค่าแฟรนไชส์ หรือค่าแรกเข้าใดๆ เป็นธุรกิจที่เหมาะสำหรับร้านก๋วยเตี๋ยวที่มีอุปกรณ์อยู่แล้ว นำสูตรไปต่อยอดหรือเพิ่มมูลค่าได้เลยโดยไม่ต้องลงทุนอุปกรณ์เพิ่ม เพียงศึกษารายละเอียดและเงื่อนไขการลงทุนก็สามารถเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวเรือมหานครได้ทันที
2. แฟรนไชส์ก๋วยเตี๋ยวเรือต่อชาม เป็นก๋วยเตี๋ยวเรือน้ำตกโดดเด่นด้วยสโลแกน “สูตรเด็ดทานชามเดียวไม่เคยพอ ต้องต่ออีกชาม” ราคาค่าแฟรนไชส์ 155,000 บาท
3.ก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยายอดเฮง เป็นอีกหนึ่งธุรกิจแฟรนไชส์ก๋วยเตี๋ยวเรือที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับถึงรสชาติและความอร่อย จุดเด่นอยู่ที่การใช้เครื่องเทศที่เป็นสมุนไพรไทยล้วนๆและการเลือกใช้วัตถุดิบที่ทำเองเช่น ลูกชิ้นทั้งเนื้อและหมู สำหรับค่าแฟรนไชส์แบ่งการลงทุนออกเป็น 2 แบบ ได้แก่ แบบคูหา ลงทุน 95,000 บาท และแบบรถเข็น ลงทุน 33,999 บาท
4.แฟรนไชส์ก๋วยเตี๋ยวเรือโกฮับเมืองทอง เป็นธุรกิจรูปแบบรถเข็นก๋วยเตี๋ยวเรือ ราคาแฟรนไชส์อยู่ที่ 45,000 บาท พร้อมอุปกรณ์การขายและเงื่อนไขอื่นๆตามข้อตกลง
5.ก๋วยเตี๋ยวเรือลอยลำ ธุรกิจแฟรนไชส์ในลักษณะขายสูตรอาหารให้ผู้ที่สนใจ สามารถนำสูตรไปเปิดร้านและสามารถบริหารจัดการร้านได้อย่างอิสระ ราคาค่าแฟรนไชส์และรูปแบบธุรกิจติดต่อได้ที่ 085-114-6007 , 081-850-2053 และ 098-570-8188
การเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยว เมนูอาหารขายง่ายและขายดี ทำได้ไม่ยากเพียงตัดสินใจเลือกแฟรนไชส์ที่ตนเองสนใจหรือได้ศึกษาข้อมูลมาแล้ว พร้อมกับศึกษาปัจจัยอื่นๆเป็นส่วนประกอบเช่น เงินงบประมาณในการลงทัน ทำเลค้าขาย และรูปแบบการลงทุน ความพร้อมในเรื่องอื่นๆทั้งด้านบริการหรือความพร้อมของผู้ที่ต้องการเปิดร้าน หากมีความพร้อมในทุกๆด้านก็สามารถเริ่มต้นธุรกิจเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวเรือได้แล้วค่ะ

ที่มา http://datacatalog.org

 

แฟรนไชส์ก๋วยเตี๋ยวเรือ ขายง่าย กำไรดี

ปลูกสับปะรดอาชีพเสริมน่าลงทุน


ปลูกสับปะรด

มนุษย์เงินเดือน หรือคนที่มีรายได้ประจำนอกจากต้องการมีรายได้เสริม เพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายระหว่างเดือน ส่วนหนึ่งยังแสวงหาอาชีพเสริมเพราะต้องการมีรายได้เป็นเงินก้อน เพื่อนำมาเป็นเงินเก็บ อาชีพเสริมที่เหมาะกับการหารายได้ประเภทนี้ ได้แก่การปลูกพืชสวนพืชไร่ หรือปลูกไม้ผล วันนี้ datacatalog.org มีวิธีปลูกสับปะรถ มาแนะนำค่ะ

ปลูกสับปะรด อาชีพเสริมน่าลงทุน

สับปะรด เป็นพืชที่มีความความทนทาน ชอบอากาศค่อนข้างร้อนและชุ่มชื้น ทำให้ปลูกได้ทุกสภาพดินในประเทศไทย เหมาะสำหรับเป็นอาชีพเสริมของคนที่ต้องการมีรายได้รายได้เป็นเงินก้อน สำหรับเป็นเงินเก็บ

พันธุ์สัปปะรดและการขายพันธุ์
การปลูกสับปะรดนิยมใช้หน่อหรือหน่อตะเกียง โดยจะให้ผลเมื่อปลูกได้ 16-18 เดือนพันธุ์สับปะรดที่นิยมปลูกกันอย่างแพร่หลายมีอยู่ 3 พันธุ์ ได้แก่
1.พันธุ์ปัตตาเวีย หรือเรียกว่า สับปะรดศรีราชา นิยมปลูกทั่วไป ผลใหญ่ ฉ่ำน้ำ เนื้อสีเหลืองอ่อนนิยมปลูกสำหรับป้อนโรงงานสับปะรดกระป๋อง
2.พันธุ์อินทรชิต เป็นสับปะรดพันธุ์พื้นเมืองมีความทนทุกสภาพอากาศ
3.พันธุ์สิงคโปร์ เนื้อสีเหลืองไส้กรอบ รสหวานอมเปรี้ยว

การใส่ปุ๋ยและบำรุงรักษา
โดยทั่วไปการใส่ปุ๋ยอาจแบ่งออกไปได้ราว 2-3 ครั้ง หรือจะใส่ปีละ 2 ครั้งก็ได้ สูตรที่นิยมใช้ได้แก่ 10-4-15 หรือ 12-2-10 หรือ 12-2-8 การใช้ปุ๋ยประมาณ 35 กก.ต่อสับปะรด 1,000 ต้นต่อครั้ง สับปะรดจะออกผลทยอยกันตลอดปี จะได้ผลมาก คือประมาณเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม และประมาณเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน สับปะรดเป็นพืชที่ไม่ค่อยจะมีศัตรูและโรครบกวน ที่พบได้แก่โรคโคนเน่า อันเนื่องมาจากพื้นที่แฉะเกินไป บริเวณที่ปลูกไม่มีทางระบายน้ำ

การเก็บเกี่ยวผลผลิต
ช่วงเก็บเกี่ยวแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงในฤดู เก็บเกี่ยวได้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน – มกราคม และกลางเดือนเมษายน – กรกฎาคม และช่วงเก็บเกี่ยวนอกฤดู ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ – ต้นเดือนเมษายน และเดือนสิงหาคม – ตุลาคม
การปลูกสับปะรดเป็นอาชีพเสริมที่เหมาะสำหรับคนที่มีพื้นที่ หรือหากไม่มีพื้นอาจปลูกในพื้นที่เช่าแต่ควรทำสัญญาในระยะยาว อย่างน้อย 3-5 ปี นอกจากมีพื้นที่ในการปลูกแล้วควรรักและชื่นชอบทำการเกษตรอยู่บ้าง เนื่องจากเป็นอาชีพที่ต้องศึกษาและดูแลเอาใจใส่พอสมควร

วิธีปลูกสับปะรด

1.การปลูกแบบแถวเดียว ใช้ระยะการปลูกระหว่างต้น 40 ซม. ระหว่างแถว 100-125 ซม. ในเนื้อที่ 1 ไร่ จะปลูกได้ประมาณ 2,500-3,500 ต้น การปลูกด้วยวิธีนี้จะทำให้ได้สับปะรดผลใหญ่
2. การปลูกแบบแถวคู่ ใช้ระยะปลูกระหว่างดินประมาณ 30 ซม. ระหว่างแถวประมาณ 50 ซม. สลับ ฟันปลาระยะระหว่างแถวของคู่ 1 เมตร ในหนึ่งไร่จะปลูกได้ประมาณ 6,500-8,000 ต้น เป็นวิธีที่เหมาะสำหรับปลูกเพื่อจำหน่ายให้แก่โรงงานอุตสาหกรรม

ที่มา http://datacatalog.org

 

ปลูกสับปะรดอาชีพเสริมน่าลงทุน

ชาวสงขลาปลูกพลูอินโดนีเซีย-ออร์เดอร์ตปท.อื้อ



ชาวสวนยางพาราในพื้นที่หมู่ที่ 7 ต.ทุ่งหวัง อ.เมือง จ.สงขลา หันมาปลูกพลูอินโดนีเซีย ส่งไปขายตลาดต่างประเทศ
ในพื้นที่หมู่ที่ 7 ต.ทุ่งหวัง อ.เมือง จ.สงขลา ซึ่งประชากรส่วนใหญ่ 321 ครัวเรือน ประกอบอาชีพการทำสวนยางพารา แต่ขณะนี้มีอาชีพเสริมที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำก็คือ ปลูกพลูอินโดนีเซีย บริเวณพื้นที่ดินว่างในบริเวณบ้าน ริมรั้วและบางรายปลูกแซมในสวนยางพารา โดยทั้งหมู่บ้านหมู่ที่ 7 จะปลูกพลูอินโดทุกบ้าน เนื่องจากสภาพดินในพื้นที่ตำบลทุ่งหวังเหมาะต่อการปลูกพลู ทำให้พลูที่นี่เจริญงอก ใบใหญ่ มีความสมบูรณ์ดีมากและเป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศ ที่ติดต่อเข้ามาซื้อผ่านแม่ค้าคนกลางในพื้นที่ ล่าสุดส่งไปขายในประเทศเยอรมัน และในช่วงนี้ราคาพลูที่ส่งให้กับแม่ค้าคนกลางราคามัดละ 15 บาท มัดหนึ่งมี 80 ใบ เก็บได้สัปดาห์ละครั้ง และบางบ้านที่เก็บแบบวันเว้น
นายชัยยุทธ บินแอ อายุ 51 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 ต.ทุ่งหวัง เปิดเผยว่า ชาวบ้านในหมู่ที่ 7 ปลูกพลูเกือบทุกครัวเรือนโดยใช้พื้นที่บริเวณบ้าน และจะมีพ่อค้าคนเข้ามารับซื้อถึงที่เพื่อส่งไปขายให้กับเอเยนต์ส่งออกไปต่างประเทศ ในช่วงแรกส่งไปขายที่ปากีสถานและล่าสุดส่งไปขายที่ประเทศเยอรมันเพิ่มขึ้นอีก1 ประเทศ และตอนนี้เกษตรอำเภอได้เข้ามาส่งเสริมเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพยิ่งขึ้น พลูที่ปลูกที่นี่เป็นพันธุ์จากอินโดนีเซียปลูกมา4-5 ปี ซึ่งใบใหญ่ต่างจากปลูกพลูพันธุ์พื้นบ้านซึ่งใบจะเล็ก และกลายเป็นหนึ่งในรายเสริมที่ทำเงินให้กับชาวบ้านนอกเหนือจากอาชีพหลักคือทำสวนยางพารา

ที่มา http://news.sanook.com

 

ชาวสงขลาปลูกพลูอินโดนีเซีย-ออร์เดอร์ตปท.อื้อ

เห็ดหลินจือแดง เพาะเป็น รวยได้ ตลาดต้องการอีกเพียบ


สองสามีภรรยาวัย 55 ปี ชาว อ.กระแสสินธุ์ เพาะเห็ดหลินจือแดง ปีแรกประสบความสำเร็จ ขายสร้างรายได้อย่างงามเลี้ยงครอบครัว และจดทะเบียนเป็นสินค้า OTOP ของ อ.กระแสสินธุ์ไปแล้ว เตรียมขยายพื้นที่และหาแหล่งเงินทุนเพื่อพัฒนาให้เป็นเชิงธุรกิจ โดยมีนายอำเภอกระแสสินธุ์เข้ามาดูแลและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาเป็นพี่เลี้ยง

ที่ฟาร์มเห็ดบุหลัน ของนายเอกชัย –นางนิตยา เพชรรัตน์ สองสามีภรรยาวัย 55 ปี หมู่ที่ 7 ต.เกาะใหญ่ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา ซึ่งได้ประกอบอาชีพเพาะเห็ดนางฟ้ามาตลอด 2 ปี โดยผลิตก้อนเชื้อเพาะเห็ดเอง และเมื่อต้นปี 2560 ได้ทำการทดลองเพาะเห็ดหลินจือแดงเพิ่มขึ้นอีก 1 ชนิด เนื่องจากเป็นเห็ดที่มีคุณค่าในเรื่องสรรพคุณทางยาที่เป็นสารแอนติออกซิแดนซ์ มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ลดการเกิดมะเร็ง รวมถึงการป้องกันมะเร็งได้อีกด้วย จึงทำให้เห็ดหลินจือมีราคาสูง และตลาดมีความต้องการสูง โดยมีบุตรชายที่เป็นนักศึกษาปีที่ 2 คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา นำความรู้ที่ได้เรียนมาและค้นคว้าการเพาะเห็ดหลินจือแดงทางอินเทอร์เน็ตเข้ามาช่วยพ่อแม่ในการทดลองเพาะเห็ดหลินจือแดง จนพ่อแม่ประสบความสำเร็จ เพาะเห็ดหลินจือแดงได้เองและสามารถเป็นวิทยากรบรรยายขั้นตอนการเพาะเห็ดหลินจือแดงได้อย่างคล่องแคล่ว
 m2

สำหรับโรงเพาะเห็ดของนางนิตยา เพชรรัตน์ มีโรงเพาะเห็ดนางฟ้า 5 โรงและโรงเพาะเห็ดหลินจือแดง 2 โรง โรงแรกเพาะไว้ 3,000 ก้อน ติดดอก 2,000 กว่าก้อน เสีย 200 ก้อน ถือเป็นเรื่องปกติ ส่วนอีกโรง 5,000 ก้อน จะเก็บผลผลิตได้ในอีก 2 เดือนข้างหน้า ในวันนี้เป็นการเก็บผลผลิตเห็ดหลินจือแดงโรงแรก สำหรับครั้งนี้เป็นการเก็บครั้งที่ 6 โดยเก็บ 10 วันต่อ 1 ครั้ง และรุ่นนี้จะเก็บทั้งหมด 12 ครั้ง จึงจะหมดรุ่นในรอบนี้ หลังจากเก็บเห็ดแล้วก็จะนำไปตัดให้เป็นชิ้นๆ แล้วนำไปตากแดดให้เห็ดแห้งสนิท 3 แดด 3 วัน เนื่องจากไม่มีตู้อบแห้ง จึงต้องใช้วิธีธรรมชาติในการทำให้เห็ดแห้งสนิท แล้วใส่ถุงนำมาขายถุงละ 100 บาท
m3 

ในส่วนรายได้จากการเก็บดอกเห็ดของโรงแรกที่เพาะไว้ 3,000 ก้อน ติดดอก 2,000 กว่าก้อน จะอยู่ที่ 60,000 บาทของการเพาะเห็ดรอบนี้ ส่วนอีกโรง 5,000 ก้อน ที่จะเก็บผลผลิตได้อีกไม่เกิน 2 เดือน คาดว่า รายได้จากการเก็บดอกเห็ดจะอยู่ที่ 120,000 บาทของการเพาะเห็ดรอบนี้
ขณะเดียวกันนางนิตยา เพชรรัตน์ ได้จดทะเบียนเห็ดหลินจือแดงเป็นสินค้า OTOP ของ อ.กระแสสินธุ์ไปเรียบร้อยแล้ว โดยมีนายสุพัชรพงศ์ วรประดิษฐ์ นายอำเภอกระแสสินธุ์ เข้ามาดูแลในเรื่องของขั้นตอนกระบวนการผลิต ซึ่งถือว่ามีความสำคัญมากที่จะทำให้เห็ดมีคุณภาพ เนื่องจากยังไม่มีเครื่องอบแห้ง
m4 

ส่วนเรื่องของแหล่งเงินทุนที่จะนำมาขยายโรงเพาะเห็ดหลินจือแดงและซื้อตู้อบแห้ง ได้มีการประสานทางเกษตรเพื่อหาเงินทุน SME รวมทั้ง ธกส.ก็เข้ามาเยี่ยมที่ฟาร์มเห็ดพร้อมให้สินเชื่อดอกเบี้ยถูก รวมทั้งประสานพลังงานจังหวัดสนับสนุนตู้อบแห้ง ซึ่งเป็นกรรมวิธีที่สำคัญที่จะทำให้เห็ดหลินจือแดงมีความสะอาดและมีคุณภาพ และประสานพัฒนาชุมชนเพื่อปรับปรุงพัสดุภัณฑ์ให้ดูดีมีคุณภาพและดูน่าซื้อ
นางนิตยา เพชรรัตน์ บอกว่า เพิ่งจะเริ่มทำเป็นปีแรก ประมาณ 8 พันก้อน ผลผลิตออกมาดีมาก เขาออกดอกพร้อมกันหมดทุกถุง ออกมาสวยมาก เพราะว่าอากาศที่นี่ดี เราก็รู้ว่าเห็ดหลินจือออกดอกยาก ที่นี่น้ำประปาไม่มีคลอรีน น้ำเป็นธรรมชาติ ตอนนี้ที่เก็บเกี่ยวผลผลิตอยู่ประมาณ 3,000 ก้อน อีกโรงหนึ่ง 5,000 ก้อน ที่จะได้เก็บเกี่ยวต่อไปอีกไม่เกิน 2 เดือน
m6 

ในด้านตลาดลูกชายจะขายทางไลน์และขายกับชาวบ้านด้วย ชาวบ้านที่นี่เขาซื้อไปกิน อาการดีขึ้น เบาหวานลด ความดันลด ก็ขายดิบขายดีเหมือนเทน้ำเทท่าเลย โดยเราขายห่อขนาดทดลองห่อละ 100 บาท แต่ถ้าเราทำขนาดทดลองห่อละ1 กิโลกรัม ราคา 2,000 บาทก็คงจะขายยาก เราทำห่อละ 100 บาท เราทำแบบช่วยชาวบ้าน คนงานก่อสร้างก็มีสิทธิ์กินเห็ดหลินจือได้ คือเราอย่าทำจนแพงเกินพอดี ทำแบบเขากินได้ เรากินได้

ที่มา http://money.sanook.com

 

เห็ดหลินจือแดง เพาะเป็น รวยได้ ตลาดต้องการอีกเพียบ

ชาวอ.สทิงพระจ.สงขลาปลูกพลูขายราคาดี


ชาวบ้านในพื้นที่ต.สนามชัย อ.สทิงพระ จ.สงขลา ปลูกพลูขาย ราคาดีกำละ 20 บาท และปลูกครั้งเดียวเก็บขายได้ตลอด

ชาวบ้านในพื้นที่บ้านสนามชัย หมู่ 3 ต.สนามชัย อ.สทิงพระ จ.สงขลา  หันมาปลูกพลูเป็นทั้งอาชีพหลักและอาชีพเสริมสร้างรายได้และเป็นแหล่งปลูกพลูคุณภาพดีของจ.สงขลา  ตลาดต้องการสูงเพราะพื้นที่ปลูกน้อยแต่จำเป็นต้องใช้ในวิถีชีวิตและประเพณีต่างๆของไทยเช่น นายผาด และนางสมปอง พลิกชู สองลุง-ป้า ชาวบ้าน บ้านสนามชัย ได้ใช้ที่ดินบริเวณบ้านปลูกพลู รวม 5 แปลง กว่า 400 ต้น  ซึ่งแทบไม่ต้องลงทุนอะไรมากมายเนื่องจากกิ่งพันธุ์ก็หาตามละแวกบ้านที่มีการปลูกพลูอยู่แล้ว และใช้ไม้ทำเป็นเสาค้างเพื่อให้พลูได้เลื่อยแตกยอดขยายใบออกไปเรื่อย ส่วนปุ๋ยก็ใช้ปุ๋ญคอกขี้วัวขี้ไก่ และรดน้ำพรวนดินสม่ำเสมอ โดยใน 1 แปลง จะปลูกพลู 60 ต้น เสาละ 2 ต้น แต่ในช่วงที่พลูแตกยอดขยายใบต้องทำร้านให้พลูเลื้อยพันขึ้นไป
ลุงผาด บอกว่า ยึดอาชีพปลูกพลูขายมากว่า5 ปี และเป็นอาชีพที่เหมาะกับผู้สูงอายุเพราะได้ออกกำลังกายและมีรายได้ด้วย โดยเฉพาะในช่วงนี้พลูมีราคาดีกำละ 20 บาท จากปรกติอยู่ที่ 17-18 บาท ข้อดีของพลูคือปลูกครั้งเดียวเก็บได้ตลอดไม่มีวันตายเพราะเป็นพืชที่แตกยอดไปเรื่อยๆ ยกเว้นประสบภัยทางธรรมชาติเช่นน้ำท่วม จึงเหมาะสำหรับผู้สูงอายุเพราะไม่ต้องดูแลมากปลูกได้บริเวณบ้านทำให้สุขภาพดีและมีรายได้ด้วย  

ที่มา http://news.sanook.com


 

ชาวอ.สทิงพระจ.สงขลาปลูกพลูขายราคาดี