วิธีทำขนมกล้วยทำขายเป็นอาชีพอิสระทำเงิน

ขนมกล้วยทำขายเป็นอาชีพอิสระทำเงิน
ขนมไทยนอกจากความอร่อยและวิธีทำที่ละเอียดอ่อนแล้วการใช้วัสดุจากธรรมชาติอย่างเช่นใบตองมาเย็บเป็นกระทงสำหรับใส่ขนมก็ถือว่าเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของขนมไทย
อาชีพอิสระทำเงินที่ผู้เขียนนำมาแนะนำในวันนี้เป็นสูตรและวิธีทำขนมกล้วย ซึ่งเป็นขนมไทยที่วัตถุดิบหาได้ง่ายต้นทุนต่ำเหมาะสำหรับทำขายเป็นอาชีพอิสระทำเงินที่น่าสนใจและน่าลงทุนค่ะ
สูตรและวิธีการทำขนมกล้วย
ขนมกล้วยเป็นขนมหวานของไทยมีขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยาก นิยมใช้ใบตองทำเป็นกระทงขนาดต่างๆสำหรับใส่ขนมกล้วยหรืออาจใช้ใบตองทำเป็นกรวยใส่ขนมกล้วยแล้วโรยหน้าด้วยมะพร้าวบางคนไม่ถนัดในการเย็บกระทงหรือทำกรวยอาจใช้ใบตองห่อคล้ายๆข้าวต้มมัดก็ได้เช่นกันขึ้นอยู่กับความถนัดของแต่ละคน การทำขนมกล้วยขายถือเป็นอาชีพอิสระทำเงินที่ใช้เงินลงทุนไม่มาก วัตถุดิบราคาถูกและหาได้ง่าย สำหรับสูตรและวิธีการทำมีรายละเอียดต่างๆตามนี้เลยค่ะ
ส่วนประกอบและสูตรขนมกล้วย
ส่วนประกอบกล้วยน้ำหว้าสุก 15-20 ลูก บดละเอียด
แป้งมัน ½ ถ้วยตวง
แป้งข้าวเจ้า 2 ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย 1 ½ ถ้วยตวง
เกลือป่น 1 ช้อนชา
หัวกะทิ 2 ถ้วยตวง
มะพร้าวทึนทึกขูด 3 ถ้วยตวง
กระทงใบตอง, กรวยใบตอง, ใบตองสำหรับห่อ, ถ้วยตะไล เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งตามความถนัด
วิธีทำขนมกล้วย
1.นำกล้วยบด น้ำตาลทราย แป้งข้าวเจ้า แป้งมัน หัวกะทิ เกลือป่น และเนื้อมะพร้าวขูดผสมเข้าด้วยกันแล้วนวดด้วยมือจนส่วนผสมเป็นเนื้อเดียวกัน2.ตักส่วนผสมที่ได้เทลงในกระทงหรือภาชนะอื่นที่เตรียมไว้ จากนั้นนำไปนึ่งประมาณ 20-30 นาทีจนสุก เสิร์ฟได้ทั้งขณะร้อนและเย็น
ขนมกล้วยเป็นขนมหวานไทยๆวัตถุดิบหาง่ายราคาถูก ขั้นตอนและวิธีการทำไม่ยุ่งยากความน่าสนใจของขนมกล้วยอยู่ที่การเย็บใบตองเป็นกระทงสำหรับใส่ขนมกล้วย หากมีความประณีตบรรจงเย็บเป็นกระทงเล็กๆจะช่วยให้ได้รับความสนใจจากลูกค้ายิ่งขึ้น ขนมกล้วยจึงเหมาะสำหรับเป็นอาชีพอิสระทำเงินของคนที่ต้องการมีอาชีพเสริม
ที่มา http://datacatalog.org
วิธีทำขนมกล้วยทำขายเป็นอาชีพอิสระทำเงิน
อาชีพเสริมที่น่าสนใจทำขนมหม้อแกงไข่ขาย

หากพูดถึงขนม “กุมภมาศ” หลายคนอาจไม่รู้จักหรือไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนแต่เมื่อพูดถึง “ขนมหม้อแกง” เชื่อว่าเป็นขนมหวานที่ทุกคนรู้จักดีแล้วยังเป็นขนมหวานของโปรดของใครหลายคนอีกด้วย
การทำขนมหม้อแกงขายเป็นอาชีพเสริมที่น่าสนใจโดยเฉพาะขนมหม้อแกงไข่ ซึ่งปัจจุบันหาทานยากเพราะมีต้นทุนสูงทำให้ราคาขายแพงตามไปด้วย แต่หากมีฝีมือทำได้รสชาติที่อร่อยถูกปากคนทานถึงแม้จะมีราคาที่แพงกว่าปกติ ผู้เขียนเชื่อว่าเป็นอาชีพเสริมที่น่าสนใจค่ะ
สูตรขนมหม้อแกงการทำขนมหม้อแกงพร้อมเคล็ดลับความอร่อย
การทำขนมหม้อแกงไข่เป็นอาชีพเสริมที่น่าสนใจ เนื่องจากขนมหม้อแกงไข่หาทานยากเพราะวัตถุดิบมีราคาแพงจึงทำให้มีการปรับปรุงสูตรขนมหม้อแกงให้มีความหลากหลายมากขึ้น
เช่นทำเป็นขนมหม้อแกงเผือก ขนมหม้อแกงถั่ว มีการแต่งหน้าด้วยเม็ดบัวซึ่งจากเดิมใช้เพียงหอมเจียวโรยหน้าขนมเท่านั้น การปรับปรุงสูตรขนมหม้อแกงนอกจากทำให้มีต้นทุนที่ต่ำลงแล้วยังทำให้ขนมหม้อแกงมีรสชาติที่กลมกล่อมยิ่งขึ้น สำหรับสูตรและวิธีทำขนมหม้อแกงไข่มีขั้นตอนและรายละเอียดดังนี้
ส่วนประกอบและวิธีทำขนมหม้อแกงไข่
ส่วนประกอบไข่เป็ด 10 ฟอง
หัวกะทิ 2½ ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย ½ ถ้วยตวง
น้ำตาลปีบ 1 ½ ถ้วยตวง
ใบเตย 3 ใบ
หัวหอมเจียว 1 ถ้วยตวง
แป้งสาลี 1 ถ้วยตวง
วิธีทำขนมหม้อแกง
1.ต่อยไข่เป็ดทั้ง 10 ฟองใส่ในภาชนะเติมน้ำตาลทราย น้ำตาลปีบ ขยำด้วยใบเตยให้ส่วนผสมเข้า กัน2.ละลายแป้งสาลีกับน้ำกะทิ 2 ถ้วย จากนั้นเทรวมกับไข่และส่วนผสมที่เตรียมไว้ ตีส่วนผสมให้เข้ากันอีกครั้ง
3.กรองส่วนผสมในข้อ 2 ด้วยผ้าขาวบาง
ที่มา http://datacatalog.org
อาชีพเสริมที่น่าสนใจทำขนมหม้อแกงไข่ขาย
ทำขนมรังผึ้งขายเป็นอาชีพเสริมทำเงิน
ขนมหวานของไทยนอกจากเรื่องของรสชาติความละเอียดอ่อนประณีตในการทำแล้ว รูปร่างหน้าตาของขนมไทยแต่ละชนิดก็มีความน่าสนใจและทำให้รู้สึกอยากทานได้ ขนมรังผึ้ง เป็นขนมไทยที่เด็กๆชอบทานเหมาะสำหรับเป็นอาชีพเสริมทำเงินเพราะลงทุนน้อย

ขายง่ายกำไรดี สำหรับสูตรและวิธีทำมีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยากทำง่าย หากมีไอเดียหรือมีความคิดสร้างสรรค์ยังสามารถดัดแปลงรูปทรงหรือทำไส้ต่างๆให้มีความน่าสนใจเพิ่มมากขึ้นนอกจากเป็นอาชีพเสริมทำเงินแล้วยังทำขายเป็นอาชีพอิสระที่น่าลงทุนอีกด้วย
สูตรขนมรังผึ้งวิธีทำขนมรังผึ้ง
ขนมรังผึ้งสูตรแบบดั้งเดิมจะไม่มีไส้ตัวแป้งจะมีรสชาติหวานกลมกล่อมและมีกลิ่นหอม ปัจจุบันมีการดัดแปลงสูตรให้มีความน่าสนใจและน่าทานยิ่งขึ้นโดยการทำไส้ต่างๆ เช่นไส้ข้าวโพด หรือไส้ลูกเกด ทำให้เป็นขนมที่เด็กๆชอบทาน เหมาะสำหรับคุณแม่บ้านหรือคนที่สนใจนำไปทำขายเป็นอาชีพเสริมที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการนำไปขายบริเวณหน้าโรงเรียนในช่วงเช้าๆและหลังเลิกเรียน ส่วนสูตรและวิธีทำขนมรังผึ้งมีขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

ส่วนผสมและวิธีทำขนมรังผึ้ง
ส่วนผสมไข่ไก่ 6 ฟอง
แป้งสาลี 2 ½ ถ้วยตวง
นมสด 2 ถ้วย
น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
ผงฟู 3 ช้อนชา
เกลือป่น ½ ช้อนชา
เนยสด 1 ช้อนชา
วิธีทำขนมรังผึ้ง
1.นำแป้งสาลี ผงฟู และเกลือป่นผสมเข้าด้วยกันแล้วนำไปร่อน 3 ครั้งเพื่อให้แป้งเบาตัว2.ตอกไข่ใส่ภาชนะ พร้อมน้ำตาลทราบและเนยสด ตีส่วนผสมเข้ากันจนเป็นเนื้อครีม จากนั้นใส่นมสดลงไปคนให้เข้ากัน
3.ค่อยๆใส่แป้งที่ร่อนไว้ลงไปคนเบาๆจนแป้งหมด
4.ทาเนยหรือน้ำมันที่พิมพ์ แล้ววอร์มพิมพ์โดยนำไปตั้งไฟ
5. เมื่อพิมพ์เริ่มร้อนดีแล้วตักส่วนผสมที่ทำไว้ใส่ลงในพิมพ์แล้วปิดฝา ประมาณ 3 นาทีขนมก็จะสุกและเริ่มได้กลิ่นหอมของขนมรังผึ้ง
5. เมื่อพิมพ์เริ่มร้อนดีแล้วตักส่วนผสมที่ทำไว้ใส่ลงในพิมพ์แล้วปิดฝา ประมาณ 3 นาทีขนมก็จะสุกและเริ่มได้กลิ่นหอมของขนมรังผึ้ง
ทราบสูตรส่วนผสมและขั้นตอนการทำขนมรังผึ้งกันแล้วนะคะ สำหรับคนที่มีพื้นฐานการทำขนมมาก่อนคงไม่ยาก ส่วนมือใหม่หัดทำก่อนทำขายเป็นอาชีพเสริมที่น่าสนใจผู้เขียนแนะนำให้ทดลองทำทานโดยปรับลดส่วนผสมลงตามอัตราส่วนก่อนหากมีข้อผิดพลาดจะได้ไม่เสียแป้งหรือส่วนผสมทั้งหมดค่ะ
ที่มา http://datacatalog.org
ทำขนมรังผึ้งขายเป็นอาชีพเสริมทำเงิน
อาชีพขายของกินก็เป็น อาชีพอิสระที่มั่นคง

เชื่อว่าหลายคนกำลังมองหาอาชีพอิสระที่น่าสนใจ ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกัน อาทิเช่น ต้องการลาออกจากงานประจำ เพื่อทำงานอิสระที่ไม่ต้องมีเจ้านาย หรือต้องคอยรอรับฟังคำสั่งจากใคร ซึ่งบางคนอาจเลือกงาน ที่ต้องใช้เงินลงทุนสูงเพื่อให้มีรายได้มากๆ แต่ความจริงแล้วการเลือกอาชีพอิสระที่น่าสนใจ ประเภทขายของกินที่ทำให้มีรายได้ อย่างสม่ำเสมอทุกวันก็เป็น อาชีพที่ทำให้มีความมั่นคงได้เช่นกันค่ะ
เครื่องปรุงและวิธีทำปอเปี๊ยทอด
ปอเปี๊ยะทอด เป็นอาชีพอิสระที่น่าสนใจอีก หนึ่งอาชีพที่เรานำมาฝากในวันนี้ สำหรับคนที่สนใจ หรือกำลังอยากเปลี่ยนอาชีพ อาจนำสูตรไปทดลองทำขายเป็นงานเสริมไปก่อน เมื่อมีความชำนาญ หรือทำได้รสชาติที่อร่อย ถูกปากถูกใจคนทานแล้วก็สามารถ ที่จะพัฒนาให้เป็นอาชีพหลักต่อไปในอนาคตได้ไม่ยาก

เครื่องปรุงและวิธีทำสูตรปอเปี๊ยทอด
เครื่องปรุงแผ่นปอเปี๊ยะ20 แผ่น
เนื้อหมูบด 150 กรัม
เห็ดหอมดอกใหญ่แช่น้ำ 10 ดอกหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
ถั่วงอก 300 กรัม
วุ้นเส้นอย่างดีแช่น้ำ 100 กรัมแล้วนำมาตัด
กระเทียม 6-7 กลีบ
พริกไทยเม็ด 2 ช้อนชา
แครรอทขูดหรือหั่นชิ้นเล็กๆ 50 กรัม
กระหล่ำปลีซอยละเอียด 50 กรัม
ไข่ไก่ 2 ฟอง
น้ำตาลทราย ½ ช้อนโต๊ะ
เกลือ 1 ช้อนชา
ผงปรุงรส 1 ช้อนชา
น้ำจิ้มไก่ 1 ถ้วย
น้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะ
ถั่วลิสงบด 2 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
ผักชี
วิธีทำปอเปี๊ยทอด
1.นำแผ่นปอเปี๊ยะมาตัดให้มีขนาด 10 x 10 ซม หรือตามขนาดที่ต้องการ2.ทำไส้ปอเปี๊ยะ โดยโขลกพริกไทยเม็ดกับกระเทียมรากผักชีให้ละเอียด ใส่น้ำมันในกะทะนำเห็ดหอมที่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ลงทอดในน้ำมันพอเริ่มมีกลิ่นหอม นำพริกไทยรากผักชีที่โขลกไว้ลงไปผัดจนหอม ตามด้วยหมูบดแล้วปรุงเครื่องด้วยน้ำตาลทราย น้ำมันหอย ซอสปรุงรส ซีอิ้วขาว ผัดให้เข้ากัน
3.ใส่เครื่องปรุงที่เตรียมไว้ทั้งหมดลงไปผัดจนสุกแล้วพักไว้
4.จากนั้นถึงขั้นตอนการห่อปอเปี๊ยะ โดยนำแผ่นปอเปี๊ยะวางแผ่ออก ตักไส้ปอเปี๊ยะวางที่มุมด้านใดด้านหนึ่ง แล้วค่อยๆ ม้วนแผ่นปอเปี๊ยะใช้ไข่ขาวทาปลายแผ่นปอเปี๊ยะ เพื่อให้ติดกันเก็บมุมทั้งสองด้านให้เรียบร้อย ทำจนหมดไส้หรือหมดแผ่นปอเปี๊ยะที่เตรียมไว้
4.นำปอเปี๊ยะที่ห่อไปทอด ในน้ำมันใช้ความร้อนปานกลาง จนเหลืองสวย ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน
5.ตัดเป็นชิ้นๆเสิร์ฟคู่กับน้ำจิ้มและผักเคียง
4.จากนั้นถึงขั้นตอนการห่อปอเปี๊ยะ โดยนำแผ่นปอเปี๊ยะวางแผ่ออก ตักไส้ปอเปี๊ยะวางที่มุมด้านใดด้านหนึ่ง แล้วค่อยๆ ม้วนแผ่นปอเปี๊ยะใช้ไข่ขาวทาปลายแผ่นปอเปี๊ยะ เพื่อให้ติดกันเก็บมุมทั้งสองด้านให้เรียบร้อย ทำจนหมดไส้หรือหมดแผ่นปอเปี๊ยะที่เตรียมไว้
4.นำปอเปี๊ยะที่ห่อไปทอด ในน้ำมันใช้ความร้อนปานกลาง จนเหลืองสวย ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน
5.ตัดเป็นชิ้นๆเสิร์ฟคู่กับน้ำจิ้มและผักเคียง
สำหรับสูตรการทำน้ำจิ้ม ทำง่ายๆโดยนำน้ำจิ้มไก่ที่มีขายอยู่ทั่วไป ผสมกับน้ำตาลทรายแล้วนำตั้งไฟ 2-3 นาที ปรุงรสเพิ่มด้วยน้ำส้มสายชู โรยหน้าด้วยถั่วลิสงบด หากชอบเผ็ดก็ก็ใส่พริกป่นได้ค่ะ เพียงเท่านี้ก็สามารถทำปอเปี๊ยะทอด ขายเป็นอาชีพอิสระที่น่าสนใจได้แล้ว
ที่มา http://datacatalog.org
อาชีพขายของกินก็เป็น อาชีพอิสระที่มั่นคง
แบ่งเมล็ดข้าวสาลีเป็นถุงเล็กๆขาย เป็นอาชีพเสริมที่น่าสนใจ

ขายเมล็ดข้าวสาลีอาชีพเสริมที่น่าสนใจ
การดื่มน้ำวีกราสหรือน้ำคั้นจากยอดอ่อนข้าวสาลี เป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ที่กำลังได้รับความนิยม อาชีพเสริมที่น่าสนใจวันนี้เป็นเรื่องของเมล็ดข้าวสาลีค่ะ หลายคนสนใจและ ต้องการทำน้ำยอดข้าวสาลีดื่ม แต่ไม่ทราบว่าจะหาซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าวสาลีได้จากที่ไหน หรือต้องการในปริมาณที่ไม่มากเพื่อทดลองทำดื่ม ขายเมล็ดข้าวสาลีสำหรับนำไปเพาะ เป็นอาชีพเสริมที่น่าสนใจค่ะ
จำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวสาลีกำไรดีสุขภาพดี
สำหรับคนที่รักสุขภาพ และทำน้ำวีกราสหรือน้ำคั้นจากยอดข้าวสาลีดื่มอยู่แล้ว datacatalog.org แนะนำให้ซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าวสาลี มาแบ่งใส่ถุงเล็กๆสำหรับเพาะขาย เป็นอาชีพเสริมที่น่าสนใจ โดยอาจบรรจุเมล็ดพันธุ์ข้าวสาลี ในปริมาณที่พอเหมาะสำหรับการเพาะ และนำต้นอ่อนที่ได้มาคั้นดื่มในแต่ละครั้ง
เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคนที่เพิ่งเริ่มทดลองดื่ม เมล็ดข้าวสาลีที่หาซื้อได้ โดยทั่วไปบรรจุเป็นถุงๆน้ำหนักประมาณ 1000 กรัม หรือ 500 กรัม ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 90-120 บาท เมื่อนำมาบรรจุถุงเล็กๆน้ำหนักประมาณ 100 กรัม ราคาขายถุงละ 20 – 25บาท ถือว่าเป็นการหารายได้พิเศษ ที่กำไรดีเมื่อเทียบกับราคาต้นทุน ข้อดีอีกอย่างหนึ่งสำหรับคนที่ซื้อไปเพาะต้นอ่อน
การแบ่งเมล็ดข้าวสาลีเป็นถุงเล็กๆ ทำให้ไม่ต้องระวังเรื่องมอดรบกวน การซื้อถุงใหญ่หากใช้ไม่หมด หรือใช้ไม่ทันต้องระวังมอดให้ดีค่ะเมล็ดข้าวสาลี หาซื้อได้ตามซุปเปอร์แผนกที่ขายธัญพืช
การแบ่งเมล็ดข้าวสาลีเป็นถุงเล็กๆ ทำให้ไม่ต้องระวังเรื่องมอดรบกวน การซื้อถุงใหญ่หากใช้ไม่หมด หรือใช้ไม่ทันต้องระวังมอดให้ดีค่ะเมล็ดข้าวสาลี หาซื้อได้ตามซุปเปอร์แผนกที่ขายธัญพืช
การเพาะต้นอ่อนข้าวสาลี นอกจากนำมาคั้นดื่มสดๆเพื่อสุขภาพ หรือคั้นน้ำเพื่อใช้เป็นส่วนประกอบ ในเครื่องดื่มประเภทน้ำผักผลไม้ต่างๆ เป็นอาชีพเสริมที่น่าสนใจแล้ว คนที่ชอบเลี้ยงสัตว์เช่นกระต่ายยังนิยม นำเมล็ดข้าวสาลีไปเพาะต้นอ่อน เพื่อใช้เลี้ยงกระต่ายอีกด้วยค่ะ การขายเมล็ดข้าวสาลีอาจเป็นงานที่ทำให้มีรายได้ไม่มาก เพราะเป็นเพียงงานเสริม แต่หากเพาะต้นอ่อนเพื่อคั้นน้ำดื่มอยู่แล้ว นอกจากมีประโยชน์ในเรื่องสุขภาพ แล้วยังเป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย โดยนำผลกำไรที่ได้ซื้อเมล็ดพันธุ์โดยไม่ต้องลงทุนค่ะ
ที่มา http://datacatalog.org
แบ่งเมล็ดข้าวสาลีเป็นถุงเล็กๆขาย เป็นอาชีพเสริมที่น่าสนใจ
ซองมือถือจากเศษผ้าเป็นอาชีพเสริม

เป็นทางเลือกหนึ่งในการหารายได้ของคนในยุคนี้ หลายคนมองหาอาชีพที่มีการลงทุนสูงเพื่อให้ได้ผลกำไรมากๆ ซึ่งความจริงแล้ว เป็นเพียงอาชีพที่ทำนอกเหนือจากงานประจำเพื่อให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น หรือได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์เท่านั้น อาชีพเสริมจากเศษผ้า
เช่นการนำเศษผ้ามาเย็บเป็นซองโทรศัพท์มือถือขาย เป็นอาชีพที่ไม่ต้องใช้เงินลงทุนมาก เพียงมีความคิดสร้างสรรค์ทำให้สินค้ามีความน่าสนใจก็สามารถสร้างรายได้ให้กับเราได้แล้ว
อาชีพเสริมจากเศษผ้า เป็นงานที่น่าสนใจเพราะเศษผ้าเป็นวัสดุที่หาง่าย
การทำซองโทรศัพท์มือถือจากเศษผ้าขาย เป็นการนำวัสดุเหลือใช้มาสร้างมูลค่าเพิ่ม สินค้าเหล่านี้มักจะได้รับความสนใจจากลูกค้า มีจุดขายอยู่ในตัวเอง อาชีพเสริมจากเศษผ้า
เป็นงานที่น่าสนใจเพราะเศษผ้าเป็นวัสดุที่หาง่าย เช่นเศษผ้าไหม เศษผ้าทอต่างๆอาทิ เศษผ้าขาวม้า ผ้าฝ้าย หรือเศษผ้าจากร้านตัดเย็บทั่วไป และยังเป็นเศษวัสดุเหลือใช้ที่มีราคาถูก
หากไม่มีความรู้ความชำนาญในการตัดเย็บ อาจออกแบบแล้วนำไปจ้างคนตัดเย็บก็ยังถือว่าเป็นอาชีพเสริมจากเศษผ้าที่มีค่าใช้จ่ายในการลงทุนไม่สูง ราคาซองโทรศัพท์ขึ้นอยู่กับรูปแบบและเศษผ้าที่นำมาตัดเย็บ หากเป็นเศษผ้าไหม หรือเป็นแบบที่มีการตกแต่งสวยงามราคาอาจเริ่มต้นที่ 39 บาท 59 บาท จนถึงหลักร้อย แหล่งจำหน่ายสามารถนำไปขายส่งหรือฝากขายตามร้านจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ ร้านกิ๊ฟช็อป
หรือนำไปขายเองตามตลาดนัด หรือแหล่งช้อปปิ้งต่างๆ อาชีพต่างๆนั้นมีอยู่มากมายสำหรับคนที่มีความมุ่งมั่น ขยันและกล้าที่จะเริ่มต้น อาชีพเสริมจากเศษผ้า เป็นอาชีพที่เชื่อว่าทำแล้วจะประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก เพราะการประกอบอาชีพให้ประสบความสำเร็จนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับแนวคิดมุมมอง หากกล้าที่จะคิดนอกกรอบให้มีความแตกต่างจากคนอื่นๆ เพียงขายซองโทรศัพท์มือถือจากเศษผ้าเป็นอาชีพก็สามารถประสบความสำเร็จมีความมั่นคงทางการเงินได้เช่นกันค่ะ
ที่มา http://datacatalog.org
ซองมือถือจากเศษผ้าเป็นอาชีพเสริม
ขายกุนเชียงอาชีพเสริมรายได้ดี

กุนเชียงทำเป็นอาชีพเสริมจ้า… หลังเลิกงานหลายๆท่านอาจพอมีเวลาว่างหรืออาจต้องอยู่กับบ้าน อาชีพเสริมทำกุนเชียงขายควรรับไว้ในพิจารณานะ ผู้เขียนคิดว่ากุนเชียงเป็นอีกหนึ่งอาหารที่คนไทยนิยมซื้อเอาไว้ที่บ้าน
ผู้เขียนเองก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ชอบซื้อมาไว้สำหรับทำอาหาร เลยนึกอยากทำกุนเชียงเองขึ้นมาเหมือนกัน พอไปหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตดูทราบคร่าวๆถึงวิธีการทำ
ผู้เขียนเลยสนใจอยากทำขายเป็นขายชีพเสริมเพราะว่าวัสดุที่ใช้ในการทำก็ไม่ได้มากและไม่ได้ยุ่งยากอะไร หลักๆก็ต้องมีเครื่องบดเนื้อเท่านั้นเอง นอกจากเครื่องบดแล้วที่เหลือเนื้อหมูล้วนๆเลยค่ะ
เหมาะสำหรับนำมาทำเป็นอาชีพเสริมเป็นอย่างมาก
ใครที่รู้จักส่วนผสมของกุนเชียงก็น่าจะรู้ว่าส่วนผสมไม่มากและหาได้ไม่ยากอะไรเลย และกุนเชียงเป็นอาหารที่เก็บไว้ได้นานหากขายไม่ได้ ก็สามารถเก็บเอาไว้ขายได้อีก ดังนั้นกุนเชียงจึงเหมาะสำหรับนำมาทำเป็นอาชีพเสริมเป็นอย่างมาก
แหล่งขายเราก็ขายส่งตามร้านค้าทั่วไปหรือฝากขายกับร้านค้าต่างๆ ในตลาดใกล้บ้านหรือขายให้กับร้านอาหารต่างๆได้ หรืออาจนำมาขายออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ หรือ facebook ก็เป็นอีกวิธีที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว
เพราะเป็นอาหารแห้งไม่มีปัญหาเรื่องจัดส่งอยู่แล้ว กุนเชียงทำอาหารได้หลากหลายเมนู เช่น ทอดกุนเชียง ยำกุนเชียง ข้าวไข่เจียวกุนเชียง หรือจะใช้เป็นส่วนประกอบอาหารชนิดอื่นได้อีกมากมายหลายเมนู
ที่สำคัญเราจะต้องทำสะอาดรสชาติอร่อยหรือถ้าหากคิดว่าขั้นตอนการทำนั้นยุ่งยากก็ซื้อมาเพื่อขายต่อเอากำไรอีกทอดหนึ่งก็น่าสนใจ สามารถทำกำไรได้ดี ครั้งหน้าผู้เขียนจะมาเล่าต่อให้ฟังถึงขั้นตอนวิธีการทำกุนเชียงเพื่อเป็นอาชีพเสริมกันค่ะ
ที่มา http://datacatalog.org
ขายกุนเชียงอาชีพเสริมรายได้ดี
ขายลูกชิ้นปลานึ่งพร้อมน้ำจิ้มสูตรเด็ด

ถ้าพูดถึงลูกชิ้นทุกคนก็คงนึกภาพลูกชิ้นทอดหรือปิ้งที่ทานคู่กับน้ำจิ้มและผักสด สำหรับคนที่ต้องการอาชีพเสริมหลังเลิกงานการคิดต่างหรือมองต่างมุมเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้มีรายได้ากการขายสินค้าประเภทเดียวกันโดยไม่ต้องมีการแข่งขัน ลูกชิ้นปิ้งหรือลูกชิ้นทอดเป็นของกินที่มีขายอยู่ทั่วไปเพราะเป็นของที่ทำง่ายมีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยากแต่ก็เป็นอาชีพที่มีคู่แข่งมาก คนทำงานที่ต้องการมีอาชีพเสริมหลังเลิกงานวันนี้ผู้เขียนมีไอเดียขายลูกชิ้นปลานึ่งพร้อมน้ำจิ้มสูตรเด็ดมาฝากค่ะ
ขายลูกชิ้นปลานึ่งพร้อมน้ำจิ้มสูตรเด็ดเป็นอาชีพเสริมหลังเลิกงานที่ทำง่ายอุปกรณ์สำหรับขายลูกชิ้นนึ่งก็ไม่ยุ่งยาก มีเพียงหม้อนึ่งไฟฟ้าและโต๊ะพับสำหรับวางสิ่งของเช่น ถุงพลาสติก ถุงหูหิ้ว ภาชนะใส่น้ำจิ้ม
ก็สามารถขายได้แล้วหากไม่สะดวกในการใช้ไฟฟ้าก็สามารถเปลี่ยนมาใช้เตาแก๊สปิกนิคและภาชนะสำหรับนึ่งลูกชิ้นแทนหม้อนึ่งไฟฟ้าได้เช่นกัน ลูกชิ้นปลาเหมาะสำหรับนึ่งร้อนๆทานคู่กับน้ำจิ้มรสเด็ดเป็นความแตกต่างที่ลงตัวสำหรับการหารายได้จากการขายลูกชิ้นวิธีทำและส่วนประกอบน้ำจิ้มลูกชิ้นสูตรน้ำจิ้มซีฟู๊ด
ส่วนประกอบ
1. น้ำตาลปีบ ½ กิโลกรัม
2.พริกสด 2 ขีด3.กระเทียมแกะเปลือก 2 ขีด
3.ผักชี 2 ขีด
4.เกลือป่น 1 ช้อนชา5.น้ำปลา
5 ช้อนโต๊ะ
6.น้ำเปล่า
7.น้ำมะนาว 1 ถ้วยตวง
ธีทำ
ล้างผักชี พริกสด และกระเทียมให้สะอาดแล้วพักไว้ จากนั้นนำน้ำตาลปีบใส่ลงในหม้อเติมน้ำเปล่านำขึ้นตั้งไฟใช้ไฟปานกลางพอน้ำตาลเริ่มละลายเติมเกลือป่น น้ำปลา น้ำมะนาวที่เตรียมไว้เคี้ยวน้ำตาลต่ออีกสักพักแล้วทิ้งไว้ให้เย็น นำผักชี พริกสดและกระเทียมที่ล้างน้ำเตรียมไว้ใสลงในโถปั่นเติมน้ำตาลที่ปรุงไว้จนท่วมแล้วนำไปปั่นให้ละเอียดอาจแบ่งออกเป็น 2-3 ส่วนแล้วเติมน้ำปรุงนำไปปั่นครั้งละไม่มากจะทำให้เครื่องปั่นทำงานสะดวกขึ้น ชิมรสตามชอบสามารถเติมเครื่องปรุงได้ต้องการเพียงเท่านี้ก็สามารถขายลูกชิ้นปลานึ่งเป็นอาชีพเสริมหลังเลิกงานได้แล้วค่ะ ก่อนทำขายผู้เขียนแนะนำให้ลองซื้อลูกชิ้นปลาและเครื่องทำน้ำจิ้มมาทดลองทำทานดูก่อนแล้วค่อยทำขาย สูตรน้ำจิ้มอาจปรับปรุงรสได้ตามคำแนะนำของลูกค้าค่ะ
ที่มา http://datacatalog.org
ขายลูกชิ้นปลานึ่งพร้อมน้ำจิ้มสูตรเด็ด
ปลูกกล้วยน้ำว้าตัดใบขายอาชีพอิสระที่น่าสนใจ
สำหรับคนที่ชื่นชอบอาชีพทำการเกษตรหรือชอบปลูกต้นไม้ชอบการทำไร่ทำสวน หากมีที่ดินว่างเปล่าที่สามารถทำการเกษตรได้ วันวันนี้ datacatalog.org มีวิธีปลูกกล้วยน้ำว้าตัดใบขาย

การปลูกกล้วยน้ำว้า
กล้วยน้ำว้าเป็นผลไม้พื้นเมืองที่นิยมปลูกไว้ตามหัวไร่ปลายนา หรือปลูกไว้ตามพื้นที่ว่างภายในบริเวณบ้าน เพื่อใช้ประโยชน์ทั้งใบผลและให้ความร่มรื่นให้ความชุ่มชื้นแก่ต้นไม้ชนิดอื่นๆ กล้วยน้ำว้านอกจากเป็นผลไม้ที่ปลูกง่าย ให้ผลตลอดทั้งปีบางช่วงบางฤดูกล้วยน้ำว้ายังมีราคาแพง รวมทั้งใบกล้วยก็เป็นที่ต้องการของท้องตลาด การปลูกกล้วยน้ำว้าขายใบ ถือเป็นอาชีพอิสระที่น่าสนใจ และยังสามารถต่อยอดเพื่อสร้างงานสร้างอาชีพได้อีก เช่น การแปรรูปกล้วยน้ำว้าซึ่งทำได้หลายรูปแบบ
การขยายพันธุ์กล้วยน้ำว้า
ปัจจุบันกล้วยน้ำว้าขยายพันธุ์ได้หลายวิธี เช่น การแยกหน่อซึ่งเป็นวิธีแบบดั้งเดิมที่ทำได้ง่ายๆโดยการขุดแยกหน่อที่เริ่มแตกใบแล้ว 2-3 ใบ แล้วนำมาปลูกในพื้นที่ ที่ได้เตรียมไว้ ส่วนการขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเป็นวิธีที่ทำให้ได้ต้นพันธุ์ในปริมาณมาก และเหมาะสำหรับการปลูกในพื้นที่แปลงขนาดใหญ่ เช่นการปลูกในรูปของบริษัท หรือเหมาะสำหรับเกษตรกรที่ต้องการลงทุนทำเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ นอกจากขายผลและขายใบกล้วยแล้ว ยังแปรรูปกล้วยเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆเป็นอาชีพอิสระที่น่าสนใจอีกด้วย
วิธีการปลูกกล้วยน้ำว้า
1.การเตรียมดิน ควรไถพรวนดินและตากดินนานประมาณ 1-2 สัปดาห์2.ขุดหลุมให้มีระยะห่าง 4 x 4 เมตร หรือตามความเหมาะสมในกรณีที่ปลูกแซมกับต้นไม้อื่น
3.ขนาดของหลุมปลูกกว้าง x ยาว x ลึก ที่ 60x60x60 ซม.
4.คลุกผสมดินกับปุ๋ยให้เข้ากันกลบหรือโรยด้วยดินให้สูงระดับ 1/5 ของหลุม และหว่านปุ๋ยคอก อัตรา 2-3 กก.ต่อหลุม
5.นำต้นพันธุ์ลงหลุมปลูก และกลบดินต่ำกว่าผิวดินประมาณ 10 ซม. สำหรับให้น้ำขัง และการใส่ปุ๋ยในครั้งต่อไป
การดูแลรักษาและการตัดใบขาย
กล้วยน้ำว้าที่ปลูกในช่วงฤดูฝนไม่จำเป็นต้องรดน้ำสำหรับในช่วงฤดูแล้งหากจำเป็นควรรดน้ำอย่างน้อยวันละ 1 ครั้งให้ได้ปริมาณเพียงพอและทำให้ดินมีความชุ่มชิ้น การตัดใบตองจะเริ่มตัดเมื่อกล้วยที่ปลูกอายุได้ 8 เดือนหรือเริ่มแทงหน่อแล้วและควรตัดสัปดาห์ละ 1 ครั้งต้นละ 2-3 ใบ เทคนิคในการตัดใบกล้วยขายต้องตัดในช่วง 3-5 โมงเย็นเพื่อไม่ให้มีน้ำค้างเหลืออยู่ เพราะจะทำให้ใบกล้วยเปื้อนและไม่แตกง่ายการปลูกกล้วยน้ำว้าขายใบเป็นอาชีพอิสระที่น่าสนใจ เพราะใช้เงินลงทุนไม่มากเพียงมีพื้นที่ปลูกอย่างน้อย 1 ไร่ขึ้นไป เพื่อให้เพียงพอสำหรับการตัดใบขายในแต่ละครั้ง และยังทำให้มีรายได้อย่างสม่ำเสมอจากส่วนอื่นๆของกล้วย เช่น ปลีกล้วย หน่อกล้วย ใบกล้วย ผลกล้วยทั้งดิบและสุก
ที่มา http://datacatalog.org
ปลูกกล้วยน้ำว้าตัดใบขายอาชีพอิสระที่น่าสนใจ
ปลูกมะกอกน้ำ
มะกอกน้ำ หรือชื่อทางวิทยาศาสตร์ Elaeocarpus hygrophilous เป็นไม้ยืนต้น หรือผลไม้พื้นบ้านที่นิยมนำผลดิบมาทานคู่กับน้ำปลาหวาน นำไปดอง หรือแช่อิ่ม ส่วนใบอ่อนและใบแก่ยังนำมาทานคู่กับน้ำพริก ลาบ น้ำตก หรือนำมาเป็นส่วนประกอบในอาหารได้อีกหลากหลายเมนู
พันธุ์ที่นิยมปลูกในเชิงพาณิชย์
1.พันธุ์ประเสริฐสุวรรณ ผลยาว หัวท้ายแหลม ป่องตรงกลาง เป็นพันธุ์พืชขึ้นทะเบียนของกรมวิชาการเกษตร2.พันธุ์แขกดำ ผลเขียวอ่อน ก้นงอน แหลมเล็กน้อย
3.พันธุ์ศรีนวล ก้นแหลมแต่ไม่งอน ผลเล็กกว่าพันธุ์แขกดำ
การเตรียมดินและวิธีปลูก
1.การเตรียมดินไม่แตกต่างจากปลูกไม้ยืนต้นประเภทอื่นๆคือไถ 2 รอบแล้วตากหน้าดินไว้ประมาณ 20-30 วัน2.การขุดหลุม หากมีพื้นที่ไม่มากปลูกในลักษณะประหยัดพื้นที่ ควรขุดหลุมให้มีระยะ 2 x 4 เมตร หรือ 4 x 4 เมตร ส่วนระยะปกติ 4 x 6 เมตร – 6 x 6 เมตร มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เมตร ลึก 40 เซนติเมตร
3.รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก แล้วนำกิ่งพันธุ์ที่ได้จากการชำหรือตอนลงปลูก
4.รดน้ำให้ชุ่ม แล้วนำหญ้าหรือฝางข้าวคลุมโคนต้น หมั่นรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ
5.มะกอกจะเริ่มให้ผลผลิตในปีที่ 2 หลังจากปลูกและให้ผลผลิตเต็มที่ในปีที่3
การปลูกลงกระถาง
1.ผสมดินกับขี้เถ้าแกลบและปุ๋ยคอกในอัตราส่วนที่เท่ากัน แล้วใส่ลงในกระถางที่ต้องการปลูก2.นำกิ่งชำหรือกิ่งตอนจากต้นมะกอกที่มีอายุ 2-3 ปี ลงปลูกในกระถาง จะช่วยทำให้ได้ผลผลิตเร็วขึ้น
3.เหลือพื้นที่บริเวณขอบกระถางไว้ประมาณ 2 นิ้ว นำท่อพีวีซีขนาด 2 นิ้ว ให้มีความยาวกว่ากระถางที่ปลูก 2 เท่าตัว ปลายท่อใส่ข้องอ นำไปปักลงในกระถางให้ห่างจากต้น 3-4 นิ้ว เพื่อช่วยระบายอากาศในกระถาง
4.ปิดคลุมด้วยฝางข้าวหรือหญ้าแห้ง รดน้ำเช้าเย็น
5.การปลูกลงกระถางนอกจากให้ผลผลิตเร็ว และให้ผลผลิตทั้งปีแล้ว
การปลูกมะกอกน้ำกระถางยังขายเป็นอาชีพอิสระที่น่าสนใจได้ด้วย โดยเฉพาะในช่วงที่ต้นมะกอกกำลังให้ผลผลิตจะทำให้ได้ราคาดี เพราะนอกปลูกปลูกเพื่อต้องการประโยชน์จากใบและผล มะกอกกระถางยังเป็นไม้ประดับที่ได้รับความนิยมอีกด้วย
ที่มา http://datacatalog.org
ปลูกมะกอกน้ำ
เห็ดหลินจือแดง เพาะเป็น รวยได้ ตลาดต้องการอีกเพียบ

สองสามีภรรยาวัย 55 ปี ชาว อ.กระแสสินธุ์ เพาะเห็ดหลินจือแดง ปีแรกประสบความสำเร็จ ขายสร้างรายได้อย่างงามเลี้ยงครอบครัว และจดทะเบียนเป็นสินค้า OTOP ของ อ.กระแสสินธุ์ไปแล้ว เตรียมขยายพื้นที่และหาแหล่งเงินทุนเพื่อพัฒนาให้เป็นเชิงธุรกิจ โดยมีนายอำเภอกระแสสินธุ์เข้ามาดูแลและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาเป็นพี่เลี้ยง
ที่ฟาร์มเห็ดบุหลัน ของนายเอกชัย –นางนิตยา เพชรรัตน์ สองสามีภรรยาวัย 55 ปี หมู่ที่ 7 ต.เกาะใหญ่ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา ซึ่งได้ประกอบอาชีพเพาะเห็ดนางฟ้ามาตลอด 2 ปี โดยผลิตก้อนเชื้อเพาะเห็ดเอง และเมื่อต้นปี 2560 ได้ทำการทดลองเพาะเห็ดหลินจือแดงเพิ่มขึ้นอีก 1 ชนิด เนื่องจากเป็นเห็ดที่มีคุณค่าในเรื่องสรรพคุณทางยาที่เป็นสารแอนติออกซิแดนซ์ มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ลดการเกิดมะเร็ง รวมถึงการป้องกันมะเร็งได้อีกด้วย จึงทำให้เห็ดหลินจือมีราคาสูง และตลาดมีความต้องการสูง โดยมีบุตรชายที่เป็นนักศึกษาปีที่ 2 คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา นำความรู้ที่ได้เรียนมาและค้นคว้าการเพาะเห็ดหลินจือแดงทางอินเทอร์เน็ตเข้ามาช่วยพ่อแม่ในการทดลองเพาะเห็ดหลินจือแดง จนพ่อแม่ประสบความสำเร็จ เพาะเห็ดหลินจือแดงได้เองและสามารถเป็นวิทยากรบรรยายขั้นตอนการเพาะเห็ดหลินจือแดงได้อย่างคล่องแคล่ว

สำหรับโรงเพาะเห็ดของนางนิตยา เพชรรัตน์ มีโรงเพาะเห็ดนางฟ้า 5 โรงและโรงเพาะเห็ดหลินจือแดง 2 โรง โรงแรกเพาะไว้ 3,000 ก้อน ติดดอก 2,000 กว่าก้อน เสีย 200 ก้อน ถือเป็นเรื่องปกติ ส่วนอีกโรง 5,000 ก้อน จะเก็บผลผลิตได้ในอีก 2 เดือนข้างหน้า ในวันนี้เป็นการเก็บผลผลิตเห็ดหลินจือแดงโรงแรก สำหรับครั้งนี้เป็นการเก็บครั้งที่ 6 โดยเก็บ 10 วันต่อ 1 ครั้ง และรุ่นนี้จะเก็บทั้งหมด 12 ครั้ง จึงจะหมดรุ่นในรอบนี้ หลังจากเก็บเห็ดแล้วก็จะนำไปตัดให้เป็นชิ้นๆ แล้วนำไปตากแดดให้เห็ดแห้งสนิท 3 แดด 3 วัน เนื่องจากไม่มีตู้อบแห้ง จึงต้องใช้วิธีธรรมชาติในการทำให้เห็ดแห้งสนิท แล้วใส่ถุงนำมาขายถุงละ 100 บาท
ในส่วนรายได้จากการเก็บดอกเห็ดของโรงแรกที่เพาะไว้ 3,000 ก้อน ติดดอก 2,000 กว่าก้อน จะอยู่ที่ 60,000 บาทของการเพาะเห็ดรอบนี้ ส่วนอีกโรง 5,000 ก้อน ที่จะเก็บผลผลิตได้อีกไม่เกิน 2 เดือน คาดว่า รายได้จากการเก็บดอกเห็ดจะอยู่ที่ 120,000 บาทของการเพาะเห็ดรอบนี้
ขณะเดียวกันนางนิตยา เพชรรัตน์ ได้จดทะเบียนเห็ดหลินจือแดงเป็นสินค้า OTOP ของ อ.กระแสสินธุ์ไปเรียบร้อยแล้ว โดยมีนายสุพัชรพงศ์ วรประดิษฐ์ นายอำเภอกระแสสินธุ์ เข้ามาดูแลในเรื่องของขั้นตอนกระบวนการผลิต ซึ่งถือว่ามีความสำคัญมากที่จะทำให้เห็ดมีคุณภาพ เนื่องจากยังไม่มีเครื่องอบแห้ง
ส่วนเรื่องของแหล่งเงินทุนที่จะนำมาขยายโรงเพาะเห็ดหลินจือแดงและซื้อตู้อบแห้ง ได้มีการประสานทางเกษตรเพื่อหาเงินทุน SME รวมทั้ง ธกส.ก็เข้ามาเยี่ยมที่ฟาร์มเห็ดพร้อมให้สินเชื่อดอกเบี้ยถูก รวมทั้งประสานพลังงานจังหวัดสนับสนุนตู้อบแห้ง ซึ่งเป็นกรรมวิธีที่สำคัญที่จะทำให้เห็ดหลินจือแดงมีความสะอาดและมีคุณภาพ และประสานพัฒนาชุมชนเพื่อปรับปรุงพัสดุภัณฑ์ให้ดูดีมีคุณภาพและดูน่าซื้อ
นางนิตยา เพชรรัตน์ บอกว่า เพิ่งจะเริ่มทำเป็นปีแรก ประมาณ 8 พันก้อน ผลผลิตออกมาดีมาก เขาออกดอกพร้อมกันหมดทุกถุง ออกมาสวยมาก เพราะว่าอากาศที่นี่ดี เราก็รู้ว่าเห็ดหลินจือออกดอกยาก ที่นี่น้ำประปาไม่มีคลอรีน น้ำเป็นธรรมชาติ ตอนนี้ที่เก็บเกี่ยวผลผลิตอยู่ประมาณ 3,000 ก้อน อีกโรงหนึ่ง 5,000 ก้อน ที่จะได้เก็บเกี่ยวต่อไปอีกไม่เกิน 2 เดือน
ในด้านตลาดลูกชายจะขายทางไลน์และขายกับชาวบ้านด้วย ชาวบ้านที่นี่เขาซื้อไปกิน อาการดีขึ้น เบาหวานลด ความดันลด ก็ขายดิบขายดีเหมือนเทน้ำเทท่าเลย โดยเราขายห่อขนาดทดลองห่อละ 100 บาท แต่ถ้าเราทำขนาดทดลองห่อละ1 กิโลกรัม ราคา 2,000 บาทก็คงจะขายยาก เราทำห่อละ 100 บาท เราทำแบบช่วยชาวบ้าน คนงานก่อสร้างก็มีสิทธิ์กินเห็ดหลินจือได้ คือเราอย่าทำจนแพงเกินพอดี ทำแบบเขากินได้ เรากินได้
ที่มา http://money.sanook.com
เห็ดหลินจือแดง เพาะเป็น รวยได้ ตลาดต้องการอีกเพียบ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)




